logowayaccounting
  • 01
LINEALBUMc-62ครัฟคนดีย์ษ์ศ์ฒ์ซ์2510217

LINEALBUMc-62ครัฟคนดีย์ษ์ศ์ฒ์ซ์2510216

    

จดทะเบียนเพิ่มสาขา ควรทำตอนไหน ?

       

เมื่อธุรกิจเริ่มเติบโตจนยอดขายกระจายหลายพื้นที่ หลายกิจการมักตั้งคำถามว่า ควร จดทะเบียนเพิ่มสาขา หรือยัง? เพราะแม้จะดูเป็นเพียงขั้นตอนทางเอกสาร แต่แท้จริงแล้วเกี่ยวข้องกับเรื่องกฎหมาย ภาษี และความถูกต้องของระบบบัญชีโดยตรง หากดำเนินกิจการหลายแห่งโดยไม่แจ้งเพิ่มสาขา อาจถูกมองว่ามีรายได้ซ้ำซ้อน หรือหลีกเลี่ยงภาษีโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งอาจนำไปสู่การตรวจสอบจากกรมสรรพากรได้ในภายหลัง

ในบทความนี้ เราจะพาคุณมาทำความเข้าใจอย่างละเอียดว่า ธุรกิจแบบไหนที่จำเป็นต้องจดทะเบียนเพิ่มสาขา และแบบไหนที่ไม่จำเป็นต้องทำ รวมถึงช่วงเวลาที่เหมาะสมในการยื่นจดทะเบียนเพิ่มสาขา เพื่อให้ธุรกิจดำเนินไปอย่างถูกต้อง ไม่เกิดปัญหาภายหลัง พร้อมวิเคราะห์ข้อดีข้อเสียของการเลือกใช้บริการรับจ้างจดทะเบียนเพิ่มสาขา จากผู้เชี่ยวชาญ ว่าช่วยลดภาระของผู้ประกอบการได้จริงหรือไม่

    

  

LINEALBUMc-62ครัฟคนดีย์ษ์ศ์ฒ์ซ์2510215

  

ธุรกิจแบบไหนที่ต้อง จดทะเบียนเพิ่มสาขา

ในยุคที่ธุรกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง การขยายสาขา ถือเป็นสัญญาณของความสำเร็จ แต่ในมุมของกฎหมายแล้ว เมื่อใดก็ตามที่ธุรกิจของคุณมีสถานที่ประกอบการเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ร้านค้า โรงงาน หรือโกดังสินค้า กรมสรรพากรถือว่าคุณต้องดำเนินการ จดทะเบียนเพิ่มสาขา ให้ถูกต้อง หากไม่ดำเนินการภายในเวลาที่กำหนด อาจมีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท ตามมาตรา 85/10 แห่งประมวลรัษฎากร

การจดทะเบียนเพิ่มสาขาไม่ได้เป็นเพียงเรื่องเอกสารเท่านั้น แต่มีผลโดยตรงต่อการจัดเก็บภาษี การออกใบกำกับภาษี และสิทธิในการนำรายจ่ายมาหักภาษีได้ถูกต้อง โดยกรมสรรพากรได้ระบุประเภทสถานที่ที่เข้าข่าย “สาขา” ไว้อย่างชัดเจน ดังนี้

1. สถานที่ใช้ประกอบกิจการ (เชิงพาณิชย์หรือบริการ)

เป็นสถานที่ที่มีการดำเนินธุรกิจจริง เช่น

  • ร้านอาหาร ร้านกาแฟ

  • ร้านค้าปลีก ร้านขายอุปกรณ์

  • ร้านเสริมสวย คลินิกความงาม

  • สำนักงานสาขาที่เปิดให้บริการลูกค้า

ตัวอย่าง: บริษัท “A Coffee จำกัด” มีสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพฯ และเปิดสาขาใหม่ที่เชียงใหม่เพื่อขายกาแฟ
บริษัทจะต้องยื่นจดทะเบียนเพิ่มสาขาที่เชียงใหม่ภายใน 15 วันก่อนเปิดร้าน

2. สถานที่ใช้ผลิตสินค้า หรือวัสดุอุปกรณ์

หมายถึงสถานที่ที่ใช้ในการผลิต บรรจุ หรือแปรรูปสินค้า เช่น

  • โรงงานผลิตเครื่องสำอาง

  • โรงงานเย็บเสื้อผ้า

  • โรงงานเฟอร์นิเจอร์

  • สถานที่ประกอบเครื่องจักร

ตัวอย่าง: บริษัท “B Furniture จำกัด” มีโรงงานหลักที่สมุทรปราการ ต่อมาเปิดโรงงานใหม่ที่ชลบุรีเพื่อขยายกำลังผลิต บริษัทต้องจดทะเบียนเพิ่มสาขาที่ชลบุรี เพราะถือว่าเป็น “สถานประกอบการเพิ่ม”

3. สถานที่ใช้เป็นคลังเก็บสินค้า หรือโกดัง

คือสถานที่ที่ใช้จัดเก็บสินค้าสำเร็จรูป หรือวัตถุดิบก่อนจำหน่าย เช่น

  • คลังสินค้า

  • โกดังพักของ

  • ศูนย์กระจายสินค้า

ตัวอย่าง: บริษัท “C Logistics จำกัด” เปิดโกดังเพิ่มในปทุมธานี เพื่อเก็บสินค้าก่อนจัดส่งลูกค้า ต้องจดทะเบียนเพิ่มสาขา เพราะเป็นสถานที่ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมหลักของบริษัท

   

      

LINEALBUMc-62ครัฟคนดีย์ษ์ศ์ฒ์ซ์2510214

   

ธุรกิจแบบไหนที่ไม่ต้อง จดทะเบียนเพิ่มสาขา

เมื่อพูดถึงการ จดทะเบียนเพิ่มสาขา เชิงกฎหมายกับ กรมสรรพากร จะหมายถึงการแจ้งให้หน่วยงานทราบว่ากิจการมีสถานประกอบการเพิ่มเติม เพื่อให้การควบคุมภาษี / การออกใบกำกับภาษี / การใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี เป็นไปอย่างถูกต้อง อย่างไรก็ดี มีเงื่อนไขบางประการที่กิจการนั้นอาจ ไม่จำเป็น ต้องจดทะเบียนเพิ่มสาขาได้ โดยแบ่งออกเป็นข้อดังนี้:

1. สถานที่นั้นเป็น “ชั่วคราว” ไม่ได้ประกอบกิจการอย่างถาวร

  • ถ้าสถานที่ที่เปิดใช้งานเป็นเพียงจุดชั่วคราว เช่น บูธแสดงสินค้า งานแฟร์ งานออกบูธ หรือจุดส่งสินค้า ที่ตั้งไว้น้อยวัน ไม่มีพนักงานประจำ ไม่มีบริการลูกค้าหน้า-สถานที่ ถือว่า ไม่ใช่สถานประกอบการถาวร จึงอาจไม่ต้องจดทะเบียนเพิ่มสาขา

ตัวอย่าง: “จัดบูธขายสินค้าหรือแนะนำสินค้าตามงานแสดงสินค้าต่าง ๆ เนื่องจากไม่ได้ประกอบกิจการเป็นประจำ จึงไม่ต้องจดทะเบียนสาขา”

  • ข้อสังเกต: หากสถานที่นั้นเริ่มมีลักษณะเป็น “ดำเนินกิจการประจำ” มีลูกค้ามาใช้บริการขายสินค้าที่นั่นอย่างต่อเนื่อง ก็อาจถูกตีความว่าเป็นสาขา และจะต้องพิจารณาจดทะเบียน

2. สถานที่นั้นไม่มีพนักงานหรือบุคลากรของกิจการไปปฏิบัติงานจริง

  • หากกิจการไปจ้างบริษัทอื่นผลิตสินค้า/วัสดุอุปกรณ์ แล้วไม่มีพนักงานของกิจการไปประจำหรือบริการที่สถานที่นั้น – แค่เป็นผู้ว่าจ้างให้ผลิตเสร็จแล้วส่งสินค้ากลับมา ในกรณีนี้ สถานที่นั้นอาจไม่ถือว่าเป็นสาขาของกิจการ

ตัวอย่าง: “จ้างบริษัทอื่นผลิตสินค้าหรือวัสดุอุปกรณ์ให้ โดยไม่มีพนักงานของกิจการไปปฏิบัติงานหรือให้บริการลูกค้าเลย หลังจากผลิตเสร็จผู้รับจ้างผลิตก็ส่งสินค้าคืนให้กับกิจการ” → กรณีนี้จึงอยู่ในข้อที่ไม่ต้องจดทะเบียนเพิ่มสาขา

3. สถานที่เป็นเพียงคลังเก็บสินค้าหรือโซนพักสินค้าที่ไม่มีการบริการลูกค้าหรือแปรรูปเพิ่มเติม

  • ถ้าสถานที่นั้นเป็นโกดังเก็บสินค้า/รับฝากสินค้า โดยผู้รับฝากเป็นผู้ดูแลและรับผิดชอบต่อความเสียหายเอง กิจการอาจไม่ต้องจดทะเบียนเพิ่มสาขา

ตัวอย่าง: “เช่าโกดังเก็บสินค้และผู้รับฝากรับผิดชอบในการดูแลรักษาสินค้าของกิจการ หากเกิดการเสียหาย สูญหาย ผู้รับฝากต้องรับผิดชอบ” อยู่ในข่ายไม่ต้องจด แต่ต้องสังเกตว่า หากโกดังนั้นเริ่มมีการจำหน่ายสินค้าหรือมีลูกค้ามาใช้บริการโดยตรง ถือว่าอาจเป็นสาขา

4. กิจการก่อสร้างที่ตั้งหน่วยงานก่อสร้างชั่วคราว/ไซต์งานที่อยู่ชั่วคราว

  • กิจการรับเหมาก่อสร้าง หน่วยงานก่อสร้าง หรือที่อยู่อาศัยเพื่อก่อสร้างบ้าน/คอนโดให้กับลูกค้า เมื่อสร้างเสร็จ ก็ย้ายออกจากหน่วยก่อสร้างนั้น ซึ่งถือว่าเป็นหน่วยก่อสร้างชั่วคราว จึงไม่ต้องจดทะเบียนสาขา

ตัวอย่าง: “กิจการรับเหมาก่อสร้าง หน่วยงานก่อสร้าง หรือที่อยู่อาศัยเพื่อก่อสร้างบ้าน คอนโดให้กับลูกค้าเมื่อสร้างเสร็จก็ย้ายออกจากหน่วยก่อสร้างนั้นๆ ซึ่งถือเป็นหน่วยก่อสร้างชั่วคราว ไม่ต้องจดทะเบียนสาขา”  

    

    

LINEALBUMc-62ครัฟคนดีย์ษ์ศ์ฒ์ซ์2510213

  

ควร จดทะเบียนเพิ่มสาขา เมื่อไหร่

การขยายธุรกิจด้วยการเปิด “สาขาใหม่” ถือเป็นสัญญาณของความเติบโต แต่ในแง่กฎหมายของภาษี สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องพิจารณาอย่างรอบคอบคือ เมื่อไหร่ที่ควรดำเนิน การ จดทะเบียนเพิ่มสาขา เพื่อให้ธุรกิจดำเนินการได้อย่างถูกต้อง ลดความเสี่ยง และไม่ขัดกับข้อกำหนดของ กรมสรรพากร

สัญญาณที่ควรจดทะเบียนเพิ่มสาขา

  • เมื่อคุณเปิดหน้าร้านใหม่ หรือมีบริการลูกค้าในสถานที่ใหม่เป็นประจำ: หากธุรกิจขยายไปยังอีกทำเลหนึ่งที่ลูกค้าสามารถเข้าถึง และมีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ชั่วคราว  ถือว่าเข้าสู่เกณฑ์ต้องพิจารณาจดทะเบียน 

  • เมื่อเปิดโรงงานผลิต / ส่วนผลิตสินค้า / หรือสถานที่แปรรูปเพิ่มเติม: หากมีสถานที่ใหม่ที่ใช้งานผลิตสินค้าหรือวัสดุอย่างเป็นระบบ นับเป็น “สถานประกอบการเพิ่ม” ที่ควรยื่นจดทะเบียน

  • เมื่อมีคลังเก็บสินค้า / ศูนย์กระจายสินค้าเพิ่มเติม: ธุรกิจที่ตั้งโกดังหรือคลังหลายพื้นที่เพื่อกระจายสินค้าหรือบริการ ถือว่าเป็นการเปิดสถานประกอบการใหม่ซึ่งควรพิจารณาการจดทะเบียน 

  • เมื่อฐานลูกค้า หรือการลงทุนเติบโตจนถึงจุดที่ต้องการขยายสาขา: บทความระบุว่าเมื่อธุรกิจ “มีฐานของกำไรและมีคนสนใจที่จะมาร่วมลงทุน” แล้วผู้ประกอบการเกิดความสงสัยว่า “จะขยายสาขาแล้วหรือไม่” นั่นคือสัญญาณว่าเป็นช่วงที่ควรพิจารณาจดทะเบียนเพิ่ม

ผลกระทบหากไม่ดำเนินการ

หากเปิดสาขาใหม่ โดยไม่แจ้ง และ ไม่จดทะเบียนเพิ่มสาขาให้ถูกต้อง อาจมีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท ตามมาตรา 90/1 ของประมวลรัษฎากรนอกจากนี้ ยังอาจเกิดปัญหาอื่น ๆ เช่น

  • ใบกำกับภาษีซื้อที่ควรจะใช้สิทธิหักลดภาษี อาจถูกสรรพากรตีว่าเป็น “ภาษีซื้อต้องห้าม” เพราะสาขาไม่ได้จดทะเบียน

  • การออกใบกำกับภาษีขายจากสถานที่ที่ไม่ได้จดทะเบียนสาขา อาจถือว่าเป็นการออกจากสำนักงานใหญ่โดยไม่ถูกต้อง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อลูกค้าและภาระภาษีของธุรกิจ 

    

   

LINEALBUMc-62ครัฟคนดีย์ษ์ศ์ฒ์ซ์2510212

    

เลือกใช้บริการจ้าง จดทะเบียนเพิ่มสาขา ดีหรือไม่?

เมื่อธุรกิจเติบโตถึงจุดที่ต้องขยายสาขา การ “จดทะเบียนเพิ่มสาขา” กลายเป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะหากดำเนินการผิดพลาดหรือแจ้งล่าช้า อาจถูกปรับ เสียสิทธิ์ทางภาษี หรือกระทบความน่าเชื่อถือของกิจการได้

แต่ในทางปฏิบัติ หลายธุรกิจไม่ได้มีเวลาหรือความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายและบัญชีมากพอจะดำเนินการด้วยตนเอง จึงเลือกใช้บริการจากผู้เชี่ยวชาญหรือสำนักงานบัญชีมืออาชีพเข้ามาช่วยดำเนินการแทน

1. ถูกต้องตามกฎหมาย ลดความเสี่ยงจากการตีความผิด

ผู้เชี่ยวชาญที่ให้บริการด้านทะเบียนธุรกิจมีความเข้าใจในข้อกำหนดของ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) และ กรมสรรพากร เป็นอย่างดี
จึงสามารถตรวจสอบเงื่อนไข เอกสาร และขั้นตอนการยื่นได้ครบถ้วน ตั้งแต่แบบ บอจ.1 / บอจ.4 / ภ.พ.09 ไปจนถึงเอกสารสิทธิ์ในสถานที่
ทำให้การดำเนินการทุกขั้นตอนถูกต้องตามกฎหมาย ไม่เสี่ยงถูกเรียกแก้ไขหรือเสียค่าปรับ

2. ประหยัดเวลา ไม่กระทบการดำเนินธุรกิจ

การจัดเตรียมเอกสารจดทะเบียนสาขาใหม่ต้องใช้เวลาและความละเอียดมาก โดยเฉพาะเมื่อมีการเช่าสถานที่หรือมีหลายกรรมการต้องลงนาม
การจ้างผู้เชี่ยวชาญช่วยดำเนินการแทน ทำให้ผู้ประกอบการสามารถมุ่งบริหารธุรกิจหลักได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางหรือรอคิวหน่วยงานราชการ

3. ได้รับคำแนะนำครบทั้งมุมกฎหมาย บัญชี และภาษี

การเปิดสาขาใหม่ไม่ใช่แค่เรื่องทะเบียนเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่ม ระบบใบกำกับภาษี และการจัดทำบัญชีแยกแต่ละสาขา
ผู้ให้บริการมืออาชีพมักให้คำปรึกษาในทุกมุมที่เกี่ยวข้อง เช่น

  • ต้องขึ้นทะเบียน VAT หรือไม่?

  • จะจัดการเอกสารภาษีของแต่ละสาขาอย่างไร?

  • ควรบันทึกบัญชีรายได้ของสาขาใหม่แยกจากสำนักงานใหญ่หรือไม่?

คำแนะนำเหล่านี้ช่วยให้ธุรกิจวางระบบได้อย่างถูกต้องตั้งแต่ต้น ลดปัญหาภาษีซ้ำซ้อนในอนาคต

4. บริการครบวงจร ตั้งแต่เตรียมเอกสาร ถึงยื่นจดทะเบียน

ผู้ให้บริการที่มีประสบการณ์มักดูแลทุกขั้นตอน ตั้งแต่

  • ตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ของสถานประกอบการ

  • จัดทำแบบฟอร์ม แผนที่ และรูปถ่ายสถานที่

  • ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และ กรมสรรพากร

  • ยื่นเอกสารและติดตามผลจนได้รับหนังสือรับรองสาขาใหม่

เรียกได้ว่า “ครบจบในที่เดียว” โดยไม่ต้องเดินเรื่องหลายรอบหรือรอเอกสารนาน

5. ลดความเสี่ยงภาษีและค่าปรับในอนาคต

การเปิดสาขาใหม่โดยไม่ได้จดทะเบียนล่วงหน้า อาจถูกปรับไม่เกิน 5,000 บาท และยังส่งผลให้เอกสารภาษี เช่น ใบกำกับภาษี ไม่สามารถใช้หักภาษีซื้อได้
ผู้เชี่ยวชาญจะช่วยตรวจสอบและดำเนินการให้ครบก่อนเปิดกิจการ เพื่อป้องกันปัญหานี้ตั้งแต่ต้น

6. เพิ่มความน่าเชื่อถือและความมั่นใจให้คู่ค้า

การมีเอกสารทะเบียนสาขาที่ถูกต้องตามกฎหมาย เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้า ลูกค้า และหน่วยงานภาครัฐ
การว่าจ้างมืออาชีพดูแลตั้งแต่เริ่มต้น ทำให้ทุกเอกสารถูกต้องและตรวจสอบได้ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อภาพลักษณ์ของธุรกิจ
    

   

LINEALBUMc-62ครัฟคนดีย์ษ์ศ์ฒ์ซ์2510211

   

WAY ACCOUNTING รับบริการ จดทะเบียนเพิ่มสาขา

การเปิดสาขาใหม่คือสัญญาณของการเติบโตทางธุรกิจ แต่สิ่งที่เจ้าของกิจการหลายคนอาจมองข้ามคือ “การจดทะเบียนเพิ่มสาขา” ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้ธุรกิจดำเนินได้อย่างถูกต้องและลดความเสี่ยงทางภาษี และหากคุณกำลังมองหาผู้ช่วยมืออาชีพ WAY ACCOUNTING พร้อมให้บริการ จดทะเบียนเพิ่มสาขา แบบครบวงจร ตั้งแต่ตรวจสอบเอกสาร เตรียมแบบฟอร์ม ไปจนถึงยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกรมสรรพากร  รวดเร็ว และมั่นใจได้ว่าธุรกิจของคุณจะขยายสาขาได้อย่างราบรื่น และดำเนินการถูกต้อง ทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็น

ให้คำปรึกษาก่อนเริ่มดำเนินการ ทีมผู้เชี่ยวชาญจะช่วยตรวจสอบว่าธุรกิจของคุณเข้าข่ายต้องจดทะเบียนเพิ่มสาขาหรือไม่ พร้อมแนะนำแนวทางที่ถูกต้องตามกฎหมาย

จัดเตรียมเอกสารครบถ้วน ครอบคลุมแบบฟอร์มที่จำเป็น เช่น

  • แบบ บอจ.1, บอจ.4, หนังสือรับรองบริษัท

  • แบบ ภ.พ.09 เพื่อแจ้งเพิ่มสถานประกอบการกับกรมสรรพากร

  • แผนที่ตั้งสาขา, ภาพถ่ายสถานประกอบการ, สัญญาเช่าหรือหนังสือยินยอม

  • ดำเนินการยื่นแทนและติดตามผล ประสานงานกับหน่วยงานราชการให้ครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด (อย่างน้อย 15 วันก่อนเปิดสาขา) พร้อมแจ้งผลการจดทะเบียนและจัดส่งเอกสารรับรองถึงมือคุณ

  • ให้คำแนะนำด้านบัญชีและภาษีหลังเปิดสาขา เพื่อให้ธุรกิจคุณจัดการภาษีของแต่ละสาขาได้อย่างถูกต้อง เช่น การออกใบกำกับภาษี การยื่นแบบภาษีมูลค่าเพิ่ม และการบันทึกบัญชีแยกสาขา

ทำไมเจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่เลือก WAY ACCOUNTING

  • ทีมงานเชี่ยวชาญด้านกฎหมายธุรกิจและบัญชีโดยตรง

  • ประสบการณ์จดทะเบียนบริษัทและเพิ่มสาขามากกว่า หลายร้อยเคส

  • ดำเนินการรวดเร็ว ตรวจสอบสถานะได้ โปร่งใสทุกขั้นตอน

  • บริการแบบ “ครบ จบ ที่เดียว” ตั้งแต่เปิดบริษัท ถึงดูแลบัญชีรายเดือน

WAY ACCOUNTING เป็นสำนักงานบัญชี ที่ให้บริการจัดทำบัญชี และภาษีแบบครบวงจร จากผลงานที่ผ่านมา เราได้รับการยอมรับ และการไว้วางใจจากลูกค้าจำนวนมาก จนปัจจุบันเรามีลูกค้าที่ใช้บริการมากกว่า 500 บริษัท แต่นอกจากบริการจัดทำบัญชีและภาษี เรายังมีบริการจดทะเบียนบริษัท เพื่อเริ่มต้นทำธุรกิจ ให้คำปรึกษา เปิดคอร์สเรียนด้านบัญชีภาษี การขอใบอนุญาตต่างๆ และด้วยการให้บริการที่ถูกต้องตามมาตรฐาน ตรวจสอบได้ มุ่งเน้นถึงความสำคัญของลูกค้า ทำให้ Way Accounting กลายเป็นสำนักงานบัญชีที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย

 

Call : 0983626426
Line : @wayaccount
Facebook : Way Accounting