logowayaccounting
  • 01
LINEALBUMc-322609047

LINE_ALBUM_c-32_260904_1

   
ขั้นตอนการจดเลิกกิจการ อย่างไรให้ถูกต้อง ปลอดภัย ?

หลายคนเข้าใจว่าธุรกิจไปต่อไม่ไหวก็แค่ "ปิดร้าน หยุดขาย" ก็จบ แต่ในความเป็นจริง การจดเลิกกิจการ อย่างถูกต้องตามกฎหมายมีดีเทลมากกว่าที่คิดเยอะ เพราะตราบใดที่ยังไม่ได้จดทะเบียนเลิกและชำระบัญชีให้เสร็จสมบูรณ์ผ่านกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกรมสรรพากร บริษัทของคุณก็ยังคง "มีตัวตน" ทางกฎหมายอยู่ พร้อมภาระที่ต้องสะสางต่อเนื่อง ทั้งภาษี บัญชี และประกันสังคม ถ้าปล่อยผ่านหรือทำไม่ครบขั้นตอน สุดท้ายอาจมีปัญหาย้อนกลับมาแบบไม่ทันตั้งตัว

แล้วจะปิดกิจการยังไงให้ "ถูกต้อง จบครบ ไม่มีดรามาตามมา" ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง แจ้งหน่วยงานไหน ภายในกี่วัน และมีจุดพลาดแบบไหนที่เจ้าของธุรกิจมือใหม่มักเผลอมองข้ามจนต้องเสียทั้งเวลาและเงินโดยไม่จำเป็น บทความนี้รวบรวมทุกขั้นตอนมาให้แบบเข้าใจง่าย ครบ จบในที่เดียว เพื่อให้การปิดกิจการของคุณราบรื่น ไร้ภาระตกค้าง และก้าวต่อไปสู่บทใหม่ได้อย่างสบายใจ

     

LINE_ALBUM_c-32_260904_6

สาเหตุการเลิกกิจการ

ธุรกิจไม่ได้เลิกเพราะขาดทุนเสมอไป เบื้องหลัง การจดเลิกกิจการ ของแต่ละบริษัทมักซ่อนเหตุผลที่หลากหลายกว่าที่คิด ตั้งแต่ผู้ถือหุ้นมีมติร่วมกัน หนี้สินบานปลายจนสินทรัพย์ตามไม่ทัน ไปจนถึงเหตุผลที่มาจากปัจจัยภายนอกซึ่งควบคุมไม่ได้ แล้วสัญญาณแบบไหนที่บ่งบอกว่าถึงเวลาต้อง "ปิดจ๊อบ" ธุรกิจ มาดูสาเหตุหลัก ๆ ที่เจ้าของกิจการยุคใหม่ควรรู้ไว้ก่อนสายเกินแก้กัน

ความหมายของการเลิกกิจการ

การเลิกกิจการ หมายถึง กระบวนการที่นิติบุคคล เช่น บริษัทจำกัด หรือห้างหุ้นส่วน ยุติการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นทางการตามกฎหมาย ซึ่งไม่ใช่แค่การหยุดค้าขายหรือปิดหน้าร้านเท่านั้น แต่ต้องผ่านกระบวนการจดทะเบียนเลิกและชำระบัญชีให้ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด โดยการเลิกกิจการอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ทั้งจากความสมัครใจของผู้ถือหุ้นเอง หรือจากเหตุที่กฎหมายบังคับไว้

ประเภทของสาเหตุการเลิกกิจการ

หากแบ่งตามลักษณะที่มาของการเลิกกิจการ สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ

1. เลิกกิจการโดยความสมัครใจ
การเลิกกิจการโดยความสมัครใจ คือ การที่เจ้าของกิจการมีความประสงค์ที่จะยุติการดำเนินธุรกิจ โดยหลักเกณฑ์ในการลงมติเพื่อเลิกกิจการจะแตกต่างกันไปตามประเภทของกิจการ ดังนี้

  • ห้างหุ้นส่วน
    การเลิกห้างหุ้นส่วนโดยความสมัครใจของผู้เป็นหุ้นส่วน โดยหลักต้องได้รับความยินยอมจากผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน หรือเป็นการตกลงร่วมกันโดยเป็นเอกฉันท์ จึงจะสามารถดำเนินการเลิกห้างหุ้นส่วนได้ ทั้งนี้ แตกต่างจากบริษัทจำกัด ซึ่งการเลิกบริษัทโดยความสมัครใจต้องอาศัยมติพิเศษของที่ประชุมผู้ถือหุ้น โดยมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนผู้ถือหุ้น

อย่างไรก็ตาม หากในสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนได้กำหนดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขเกี่ยวกับการเลิกห้างหุ้นส่วนไว้เป็นการเฉพาะ เช่น กำหนดให้ใช้มติเสียงข้างมาก หรือกำหนดสัดส่วนคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของผู้เป็นหุ้นส่วนในการมีมติเลิกห้างหุ้นส่วน ก็ให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และสัดส่วนคะแนนเสียงที่กำหนดไว้ในสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนนั้นได้ทันที

  • บริษัทจำกัด
    สำหรับบริษัทจำกัด การเลิกบริษัทโดยความสมัครใจสามารถดำเนินการได้เมื่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นมี มติพิเศษให้เลิกบริษัท โดยมติพิเศษดังกล่าวต้องได้รับคะแนนเสียง ไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนหุ้นที่เข้าประชุม ทั้งนี้ ต้องดำเนินการประชุมและจดทะเบียนเลิกบริษัทต่อนายทะเบียนตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด

  • บริษัทมหาชนจำกัด
    สำหรับบริษัทมหาชนจำกัด การเลิกบริษัทโดยความสมัครใจสามารถดำเนินการได้เมื่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีมติให้เลิกบริษัท โดยต้องได้รับคะแนนเสียง ไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535

2. เลิกกิจการโดยผลของกฎหมายหรือคำสั่งศาล
เป็นกรณีที่ไม่ได้เกิดจากความสมัครใจโดยตรง แต่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายหรือข้อบังคับของบริษัทกำหนดไว้ล่วงหน้า เช่น การมีข้อบังคับกำหนดเหตุแห่งการเลิกไว้แล้วเกิดเหตุนั้นขึ้นจริง หรือการตั้งบริษัทโดยกำหนดระยะเวลาดำเนินการไว้ชัดเจนและสิ้นสุดลงตามกำหนดนั้น ซึ่งสอดคล้องกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ระบุว่าบริษัทจำกัดจะเลิกกันได้เมื่อมีเหตุตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ เมื่อครบกำหนดระยะเวลาที่ตั้งไว้ หรือเมื่อดำเนินกิจการตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งขึ้นมาโดยเฉพาะเสร็จสิ้นแล้ว 

สาเหตุที่สามารถจดเลิกกิจการได้

1. ปัญหาด้านการเงินและผลประกอบการ
ปัญหาด้านการเงินเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้เจ้าของธุรกิจตัดสินใจยุติกิจการ เช่น รายได้ลดลง ยอดขายไม่เป็นไปตามเป้าหมาย มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสูง หรือประสบภาวะขาดทุนต่อเนื่องจนไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม การขาดทุนหรือไม่สามารถจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้น ไม่ได้ทำให้บริษัทเลิกโดยอัตโนมัติ แต่หากผู้ถือหุ้นเห็นว่าไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ก็สามารถพิจารณาลงมติพิเศษให้เลิกบริษัทได้ จากนั้นบริษัทจะเข้าสู่กระบวนการชำระบัญชีเพื่อสะสางทรัพย์สิน หนี้สิน และภาระต่าง ๆ ของบริษัท

2. หนี้สินล้นพ้นตัว
กรณีที่บริษัทมีภาระหนี้สินจำนวนมาก มีปัญหาสภาพคล่อง หรือไม่สามารถชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ได้ตามกำหนด อาจส่งผลให้ธุรกิจไม่สามารถดำเนินต่อไปได้อย่างมั่นคง โดยเฉพาะเมื่อบริษัทมีหนี้สูงกว่าความสามารถในการสร้างรายได้และไม่มีแนวทางแก้ไขปัญหาทางการเงินที่เหมาะสม ทั้งนี้ การมีหนี้สินจำนวนมากไม่ได้หมายความว่าบริษัทจะเลิกโดยอัตโนมัติ และไม่ควรถือว่า “หนี้สินล้นพ้นตัว” เท่ากับ “ล้มละลาย” ในทันที เพราะการล้มละลายต้องเป็นไปตามกระบวนการและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

3. บริษัทล้มละลาย
เมื่อบริษัทถูกศาลสั่งให้ล้มละลาย ถือเป็นหนึ่งในเหตุที่ทำให้บริษัทจำกัดเลิกกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1236 อย่างไรก็ตาม การเลิกบริษัทในกรณีนี้ไม่ได้หมายความว่าภาระหนี้ของบริษัทจะหายไป แต่จะต้องดำเนินการตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนดเพื่อจัดการทรัพย์สินและหนี้สินของบริษัท โดยเจ้าหนี้ยังสามารถดำเนินการตามสิทธิของตนภายใต้กฎหมายได้ ดังนั้น เจ้าของธุรกิจจึงไม่ควรเข้าใจว่าการจดเลิกบริษัทเป็นวิธีหลีกเลี่ยงการชำระหนี้

4. คำสั่งศาล
นอกจากการเลิกบริษัทโดยมติของผู้ถือหุ้นแล้ว ในบางกรณีศาลสามารถมีคำสั่งให้บริษัทเลิกได้ตามกฎหมาย เช่น บริษัทไม่เริ่มดำเนินกิจการภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือหยุดดำเนินกิจการเป็นเวลานาน ธุรกิจดำเนินต่อไปก็มีแต่ขาดทุนและไม่มีแนวโน้มว่าจะฟื้นตัว รวมถึงกรณีที่มีเหตุอื่นทำให้บริษัทไม่สามารถดำรงอยู่ต่อไปได้ ทั้งนี้ การมีข้อพิพาทระหว่างผู้ถือหุ้นหรือการดำเนินธุรกิจที่มีปัญหา ไม่ได้หมายความว่าศาลจะสั่งเลิกบริษัทโดยอัตโนมัติ แต่ต้องพิจารณาว่าเข้าหลักเกณฑ์ตามกฎหมายหรือไม่

5. บรรลุวัตถุประสงค์หรือครบกำหนดเวลา
บริษัทบางแห่งอาจจัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เฉพาะหรือกำหนดระยะเวลาในการดำเนินกิจการไว้ เช่น จัดตั้งบริษัทขึ้นเพื่อดำเนินโครงการใดโครงการหนึ่งโดยเฉพาะ เมื่อดำเนินโครงการดังกล่าวเสร็จสิ้นตามวัตถุประสงค์แล้ว ก็สามารถเป็นเหตุให้บริษัทเลิกได้ หรือหากกำหนดระยะเวลาในการดำเนินกิจการไว้ เมื่อครบกำหนดเวลาดังกล่าวก็เป็นเหตุแห่งการเลิกบริษัทตามกฎหมายเช่นกัน

        

LINE_ALBUM_c-32_260904_5                          

ข้อมูลที่ต้องใช้ในการจดเลิกกิจการ

ตัดสินใจแล้วว่าจะปิดบริษัท แต่พอจะเริ่มลงมือจริง กลับพบว่าไม่รู้จะเริ่มเตรียมอะไรก่อน นี่คือปัญหาคลาสสิกที่เจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่เจอเมื่อต้องการ จดเลิกกิจการ เพราะกระบวนการนี้ไม่ได้ใช้แค่ใบมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีเอกสารสำคัญ ข้อมูลทางบัญชี และรายละเอียดปลีกย่อยอีกหลายจุดที่ต้องเตรียมให้ครบ ถ้าขาดแม้แต่ชิ้นเดียวก็อาจทำให้กระบวนการล่าช้าออกไปแบบไม่จำเป็น แล้วอะไรบ้างที่ต้องเตรียมให้พร้อมก่อนยื่นเรื่อง มาดูเช็กลิสต์ฉบับเข้าใจง่ายที่จะช่วยให้การปิดกิจการของคุณราบรื่นตั้งแต่ก้าวแรกกัน

1. ข้อมูลเกี่ยวกับวันที่เลิกบริษัท

ต้องกำหนด วันที่บริษัทเลิก ให้ชัดเจน เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการจดทะเบียนและเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการชำระบัญชี โดยในกรณีที่ผู้ถือหุ้นเป็นผู้มีมติเลิกบริษัท วันที่เลิกจะเกี่ยวข้องกับวันที่มีมติพิเศษให้เลิกบริษัท

หลังจากบริษัทเลิกแล้ว บริษัทจะยังคงมีสถานะอยู่เพื่อดำเนินการชำระบัญชี โดยผู้ชำระบัญชีจะต้องดำเนินการจดทะเบียนเลิกบริษัท รวมถึงประกาศบอกกล่าวการเลิกและแจ้งเจ้าหนี้ (ถ้ามี) ภายใน 14 วันนับแต่วันที่บริษัทเลิก

2. ข้อมูลของผู้ชำระบัญชี

ผู้ชำระบัญชี เป็นบุคคลที่มีหน้าที่ดำเนินการสะสางกิจการหลังบริษัทเลิก เช่น รวบรวมทรัพย์สิน เรียกเก็บหนี้จากลูกหนี้ ชำระหนี้ของบริษัท และจัดการทรัพย์สินที่เหลืออยู่ตามกฎหมาย

ข้อมูลของผู้ชำระบัญชีที่ต้องเตรียม ได้แก่

  • ชื่อและนามสกุล

  • ที่อยู่

  • อายุ

  • อาชีพ

  • จำนวนผู้ชำระบัญชี

โดยหากข้อบังคับของบริษัทไม่ได้กำหนดเรื่องผู้ชำระบัญชีไว้เป็นอย่างอื่น กรรมการทุกคนของบริษัทจะเป็นผู้ชำระบัญชีโดยผลของกฎหมาย แต่หากต้องการแต่งตั้งกรรมการเพียงบางคน หรือบุคคลอื่นที่ไม่ใช่กรรมการเป็นผู้ชำระบัญชี จะต้องมีมติของที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นเพื่อแต่งตั้งและกำหนดอำนาจของผู้ชำระบัญชีให้ชัดเจน

3. ข้อมูลเกี่ยวกับอำนาจของผู้ชำระบัญชี

นอกจากระบุว่าใครเป็นผู้ชำระบัญชีแล้ว ยังต้องกำหนด อำนาจของผู้ชำระบัญชี ด้วย โดยเฉพาะกรณีที่มีผู้ชำระบัญชีหลายคน เพราะต้องระบุให้ชัดเจนว่าผู้ชำระบัญชีสามารถลงนามและดำเนินการแทนบริษัทได้อย่างไร

หากมีผู้ชำระบัญชีหลายคนและไม่ได้กำหนดอำนาจไว้เป็นอย่างอื่น ผู้ชำระบัญชีทุกคนต้องร่วมกันดำเนินการ แต่หากที่ประชุมผู้ถือหุ้นกำหนดอำนาจไว้แตกต่างออกไป ก็ให้ดำเนินการตามอำนาจที่ได้กำหนดและจดทะเบียนไว้

4. ที่ตั้งสำนักงานของผู้ชำระบัญชี

ต้องเตรียมข้อมูล ที่ตั้งสำนักงานของผู้ชำระบัญชี สำหรับใช้ในการติดต่อและดำเนินการเกี่ยวกับการชำระบัญชีของบริษัท

หากสำนักงานของผู้ชำระบัญชีเป็นสถานที่เดียวกับสำนักงานใหญ่ของบริษัทก่อนเลิก โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องจัดทำแผนที่เพิ่มเติม แต่หากใช้สถานที่อื่นเป็นสำนักงานของผู้ชำระบัญชี จะต้องจัดเตรียมแผนที่แสดงที่ตั้งสำนักงานและสถานที่สำคัญบริเวณใกล้เคียงโดยสังเขปประกอบการจดทะเบียนด้วย

5. ข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการชำระบัญชี

การจดทะเบียนเลิกบริษัทเป็นเพียง ขั้นตอนแรกของการปิดบริษัท หลังจากจดทะเบียนเลิกแล้ว ผู้ชำระบัญชียังมีหน้าที่ดำเนินการชำระบัญชีให้เสร็จสิ้น เช่น จัดทำงบการเงิน ณ วันเลิกบริษัท ชำระหนี้ เรียกเก็บเงินจากลูกหนี้ จำหน่ายทรัพย์สิน และจัดการเงินหรือทรัพย์สินที่เหลืออยู่

หากการชำระบัญชีไม่สามารถดำเนินการให้เสร็จภายใน 3 เดือนนับจากวันที่เลิกบริษัท ผู้ชำระบัญชีต้องยื่นรายงานการชำระบัญชีเป็นระยะตามที่กฎหมายกำหนด และหากใช้เวลานานเกิน 1 ปี จะมีหน้าที่เรียกประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อสิ้นปีของการชำระบัญชีเพื่อรายงานความคืบหน้าด้วย

เมื่อชำระบัญชีเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงเข้าสู่ขั้นตอน จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ทำให้บริษัทสิ้นสภาพความเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย โดยต้องจัดเตรียมเอกสารเพิ่มเติม เช่น แบบ ลช.3 แบบ ลช.5 แบบ ลช.6 งบการเงิน ณ วันเลิกบริษัท และแบบรับรองการตรวจสอบบัญชีของกรมสรรพากร เป็นต้น

6. ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง

การจดทะเบียนเลิกกิจการมีค่าใช้จ่ายที่กำหนดไว้ชัดเจน โดยการจดทะเบียนเลิกและเสร็จการชำระบัญชีบริษัทจำกัดอยู่ที่ 500 บาท หนังสือรับรองรายการละ 40 บาท และการรับรองสำเนาเอกสารหน้าละ 50 บาท ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่สูงมากเมื่อเทียบกับความสำคัญของกระบวนการทั้งหมด

การเตรียมข้อมูลและเอกสารให้ครบถ้วนตั้งแต่ต้นจะช่วยลดความเสี่ยงที่กระบวนการจดเลิกกิจการจะล่าช้าหรือถูกตีกลับ ทำให้ผู้ชำระบัญชีสามารถดำเนินการในขั้นตอนถัดไปได้อย่างราบรื่นมากขึ้น

       
        
LINE_ALBUM_c-32_260904_4

เอกสารที่ต้องใช้ในการจดเลิกกิจการ

ใครว่าเอกสารเป็นเรื่องน่าเบื่อที่สุดในการปิดบริษัท ลองคิดใหม่ เพราะนี่คือ "ด่านตัดสิน" ว่า การจดเลิกกิจการ ของคุณจะจบไวหรือจะวนลูปยื่นแล้วยื่นอีก แบบฟอร์มไหนต้องมี ลายเซ็นใครต้องอยู่ครบ แล้วเอกสารตัวไหนที่คนส่วนใหญ่มักลืมจนต้องเสียเวลาแก้ทีหลัง เรารวบรวมคำตอบทั้งหมดมาให้แบบเคลียร์ ๆ ในบทความนี้ พร้อมให้คุณเช็กลิสต์แบบมือโปร ก่อนยื่นจริงแบบไม่ต้องเดา

1. เอกสารหลักที่ต้องใช้ในการจดเลิกบริษัท

  • แบบคำขอจดทะเบียนเลิกบริษัท (แบบ ลช.1)
    เป็นแบบคำขอที่ใช้สำหรับยื่นจดทะเบียนเลิกบริษัท โดยผู้ชำระบัญชีเป็นผู้ดำเนินการและลงลายมือชื่อตามอำนาจที่กำหนดไว้ ซึ่งกรณีที่กรรมการทุกคนเข้าเป็นผู้ชำระบัญชี อำนาจในการลงนามจะเป็นไปตามอำนาจของกรรมการที่จดทะเบียนไว้ก่อนบริษัทเลิก ดังนั้นจึงต้องลงลายมือชื่อในแบบคำขอให้ตรงตามเงื่อนไขอำนาจดังกล่าว

  • รายการจดทะเบียนเลิก (แบบ ลช.2)
    เป็นเอกสารที่ใช้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับการจดทะเบียนเลิกบริษัทและข้อมูลของผู้ชำระบัญชี โดยผู้ชำระบัญชีทุกคนต้องลงลายมือชื่อในเอกสารนี้

  • สำเนาบัตรประจำตัวของผู้ชำระบัญชีทุกคน
    ต้องเตรียมสำเนาบัตรประจำตัวของผู้ชำระบัญชีที่เกี่ยวข้องกับการจดทะเบียน เพื่อใช้ประกอบคำขอ โดยการรับรองสำเนาบัตรต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนด

  • หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
    หากบริษัทมอบหมายให้บุคคลอื่นดำเนินการยื่นคำขอจดทะเบียนแทนผู้มีอำนาจ จะต้องจัดทำหนังสือมอบอำนาจเพื่อใช้ประกอบการยื่นจดทะเบียน

เอกสารหลักเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญของการยื่นจดทะเบียนเลิกบริษัท แต่รายละเอียดเอกสารที่ต้องแนบอาจแตกต่างกันตามสถานการณ์ของแต่ละบริษัท

2. เอกสารกรณีมีการแต่งตั้งผู้ชำระบัญชีเป็นกรณีพิเศษ

  • สำเนารายงานการประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น
    โดยทั่วไป หากข้อบังคับของบริษัทไม่ได้กำหนดเรื่องผู้ชำระบัญชีไว้เป็นอย่างอื่น กรรมการทุกคนของบริษัทจะเป็นผู้ชำระบัญชีโดยผลของกฎหมาย แต่หากบริษัทต้องการแต่งตั้งกรรมการเพียงบางคน กรรมการคนใดคนหนึ่ง หรือบุคคลอื่นที่ไม่ใช่กรรมการเป็นผู้ชำระบัญชี จะต้องมีมติของที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นรองรับ

ในกรณีดังกล่าว ต้องจัดเตรียม สำเนารายงานการประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น ซึ่งแสดงมติแต่งตั้งผู้ชำระบัญชี หรือกำหนดอำนาจของผู้ชำระบัญชีแตกต่างจากอำนาจกรรมการเดิม โดยกรรมการผู้มีอำนาจทำการแทนบริษัทตามที่จดทะเบียนไว้ก่อนเลิกต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้อง

3. เอกสารกรณีศาลมีคำสั่งให้เลิกบริษัท

  • สำเนาคำสั่งศาลให้เลิกบริษัท
    หากบริษัทไม่ได้เลิกจากมติของผู้ถือหุ้น แต่เป็นการเลิกบริษัทตามคำสั่งศาล จะต้องจัดเตรียม สำเนาคำสั่งศาลให้เลิกบริษัท เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการจดทะเบียน

เอกสารดังกล่าวใช้เฉพาะบริษัทที่มีคำสั่งศาลให้เลิก จึงไม่จำเป็นต้องจัดเตรียมในกรณีที่ผู้ถือหุ้นมีมติพิเศษให้เลิกบริษัทตามปกติ

4. เอกสารกรณีเปลี่ยนสถานที่ตั้งสำนักงานผู้ชำระบัญชี

  • แผนที่แสดงที่ตั้งสำนักงานของผู้ชำระบัญชี
    หากสำนักงานของผู้ชำระบัญชี ไม่ได้ใช้ที่ตั้งเดียวกับสำนักงานใหญ่ของบริษัทที่จดทะเบียนไว้ก่อนเลิก ต้องจัดเตรียม แผนที่แสดงที่ตั้งสำนักงานของผู้ชำระบัญชี พร้อมระบุสถานที่สำคัญบริเวณใกล้เคียงโดยสังเขป เพื่อประกอบการจดทะเบียน

ในทางกลับกัน หากสำนักงานของผู้ชำระบัญชีอยู่ที่สำนักงานใหญ่เดิมของบริษัท ก็ไม่เข้ากรณีที่ต้องจัดทำแผนที่ดังกล่าว 

5. เอกสารกรณีกรรมการถึงแก่กรรม

  • สำเนาใบมรณบัตร
    ใช้ในกรณีที่กรรมการของบริษัทถึงแก่กรรมและเกี่ยวข้องกับการดำเนินการจดทะเบียนเลิกบริษัท ซึ่งเอกสารนี้เป็นเอกสารเฉพาะกรณี จึงไม่ใช่เอกสารที่บริษัททุกแห่งต้องนำมายื่นในการจดเลิกบริษัท 

6. เอกสารเกี่ยวกับการรับรองลายมือชื่อ

  • สำเนาหลักฐานการเป็นผู้รับรองลายมือชื่อ
    ใช้ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอจำเป็นต้องมีผู้รับรองลายมือชื่อตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อประกอบการยื่นคำขอ

อย่างไรก็ตาม เอกสารดังกล่าวใช้เฉพาะกรณีที่เกี่ยวข้อง จึงควรตรวจสอบเงื่อนไขของผู้ยื่นคำขอและรูปแบบการลงลายมือชื่อก่อนจัดเตรียมเอกสาร

7. การรับรองสำเนาเอกสาร

สำเนาเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียน โดยทั่วไปต้องมีผู้ขอจดทะเบียนอย่างน้อยหนึ่งคนลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้อง ส่วนสำเนาบัตรประจำตัวหรือเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับผู้รับรองลายมือชื่อ ต้องให้เจ้าของบัตรหรือผู้ขอจดทะเบียนอย่างน้อยหนึ่งคนเป็นผู้รับรองตามหลักเกณฑ์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

การตรวจสอบเรื่องการลงลายมือชื่อและการรับรองเอกสารให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น จะช่วยลดปัญหาเอกสารไม่ครบหรือไม่ถูกต้อง ซึ่งอาจทำให้ต้องแก้ไขเอกสารก่อนดำเนินการจดทะเบียนต่อไป

8. เอกสารที่ต้องเตรียมหลังจดทะเบียนเลิกบริษัท

สิ่งสำคัญที่เจ้าของกิจการควรทราบคือ การจดทะเบียนเลิกบริษัทไม่ได้ทำให้บริษัทสิ้นสภาพทันที เมื่อจดทะเบียนเลิกแล้ว บริษัทจะเข้าสู่กระบวนการ ชำระบัญชี และยังคงมีสถานะเพื่อดำเนินการสะสางทรัพย์สินและหนี้สินของบริษัท

ผู้ชำระบัญชีจึงต้องจัดทำงบการเงิน ณ วันเลิกบริษัท นำส่งให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบและรับรอง รวมถึงดำเนินการรวบรวมทรัพย์สิน เรียกเก็บหนี้ ชำระหนี้สิน และจัดการทรัพย์สินที่เหลืออยู่ตามกฎหมาย

เมื่อชำระบัญชีเสร็จสิ้นแล้ว จึงต้องจัดเตรียมเอกสารสำหรับ จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี ซึ่งเป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง เช่น แบบ ลช.3, แบบ ลช.5, แบบ ลช.6, และงบการเงิน ณ วันเลิกบริษัท และแบบรับรองการตรวจสอบบัญชีของกรมสรรพากร เป็นต้น

          

LINE_ALBUM_c-32_260904_3

ขั้นตอนการจดเลิกกิจการบริษัทจำกัด

รู้หรือไม่ว่า การจดเลิกกิจการ บริษัทจำกัดไม่ได้จบแค่ยื่นเรื่องครั้งเดียวแล้วเสร็จ แต่เป็นกระบวนการที่แบ่งเป็น 2 ขั้นตอนใหญ่ ตั้งแต่การจดทะเบียนเลิกบริษัทไปจนถึงการจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี ซึ่งแต่ละขั้นมีกรอบเวลาที่ต้องทำตามอย่างเคร่งครัด พลาดวันใดวันหนึ่งอาจทำให้กระบวนการทั้งหมดต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ แล้วขั้นตอนที่ถูกต้องตามกฎหมายจริง ๆ ต้องทำอะไรก่อนหลังบ้าง มาไล่ทีละสเต็ปแบบเข้าใจง่ายในบทความนี้กัน

ขั้นตอนการจดเลิกกิจการบริษัทจำกัด

การจดเลิกกิจการบริษัทจำกัดไม่ได้สิ้นสุดเพียงการยื่นจดทะเบียนเลิกบริษัทกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) แต่ต้องดำเนินการต่อในขั้นตอน การชำระบัญชี และจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีด้วย โดยสามารถแบ่งขั้นตอนสำคัญได้ดังนี้

1. เรียกประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อมีมติเลิกบริษัท

  • ก่อนประชุม บริษัทต้องจัดทำหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้นและส่งให้ผู้ถือหุ้นตามวิธีและระยะเวลาที่กฎหมายหรือข้อบังคับบริษัทกำหนด โดยกรณีที่เข้าหลักเกณฑ์ต้องมีการโฆษณาในหนังสือพิมพ์ด้วย

  • ในวันประชุม ผู้ถือหุ้นต้องมีมติพิเศษให้เลิกบริษัท โดยมติดังกล่าวต้องได้รับคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน 

2. แต่งตั้งหรือกำหนดผู้ชำระบัญชี

เมื่อมีการเลิกบริษัท กรรมการของบริษัทจะเข้ามาทำหน้าที่เป็น ผู้ชำระบัญชี เว้นแต่ข้อบังคับของบริษัทกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น หรือที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีมติแต่งตั้งบุคคลอื่นเป็นผู้ชำระบัญชี

ผู้ชำระบัญชีมีหน้าที่สะสางกิจการของบริษัท เช่น รวบรวมทรัพย์สิน เรียกเก็บหนี้ ชำระหนี้สิน และจัดการทรัพย์สินที่เหลืออยู่ตามกฎหมาย 

3. จดทะเบียนเลิกบริษัทภายใน 14 วัน

หลังจากบริษัทมีมติเลิกแล้ว ผู้ชำระบัญชีต้องยื่นจดทะเบียนเลิกบริษัทต่อนายทะเบียน ภายใน 14 วันนับแต่วันที่บริษัทเลิก พร้อมดำเนินการประกาศบอกกล่าวการเลิกบริษัทในหนังสือพิมพ์อย่างน้อย 1 ครั้ง และส่งหนังสือแจ้งการเลิกบริษัทไปยังเจ้าหนี้ (ถ้ามี) 

เอกสารสำคัญที่ใช้ในขั้นตอนนี้ ได้แก่ แบบ ลช.1 และแบบ ลช.2 รวมถึงเอกสารประกอบอื่น ๆ ตามกรณีของแต่ละบริษัท

4. จัดทำงบการเงิน ณ วันเลิกบริษัท

หลังจดทะเบียนเลิกแล้ว บริษัทจะเข้าสู่กระบวนการชำระบัญชี โดยต้องจัดทำ งบการเงิน ณ วันเลิกบริษัท และให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบและแสดงความเห็นต่องบการเงินดังกล่าว จากนั้นผู้ชำระบัญชีจึงดำเนินการสะสางทรัพย์สินและหนี้สินของบริษัทต่อไป 

5. ชำระบัญชีและสะสางทรัพย์สินของบริษัท

ผู้ชำระบัญชีต้องดำเนินการรวบรวมทรัพย์สินของบริษัท เรียกเก็บหนี้จากลูกหนี้ ชำระหนี้และภาระผูกพันต่าง ๆ รวมถึงดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินของบริษัทให้เรียบร้อย

หากชำระหนี้และค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้วมีทรัพย์สินเหลือ จึงนำมาคืนทุนและแบ่งให้แก่ผู้ถือหุ้นตามสิทธิที่มีอยู่ 

6. จัดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติการชำระบัญชี

เมื่อผู้ชำระบัญชีดำเนินการสะสางทรัพย์สินและหนี้สินเรียบร้อยแล้ว จะต้องจัดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาและอนุมัติงบการเงิน รวมถึงการดำเนินการชำระบัญชีของบริษัท

7. จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี

เมื่อการชำระบัญชีเสร็จสิ้น ผู้ชำระบัญชีต้องยื่นจดทะเบียน เสร็จการชำระบัญชี ต่อนายทะเบียน เพื่อให้บริษัทสิ้นสภาพความเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย โดยการจดทะเบียนขั้นตอนนี้ถือเป็นการปิดกระบวนการเลิกบริษัทอย่างสมบูรณ์ 

      

LINE_ALBUM_c-32_260904_2

จดเลิกกิจการ อย่างง่ายกับ Way Accounting

อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนคงเริ่มรู้สึกแล้วว่า การจดเลิกกิจการ ไม่ใช่เรื่องที่ทำเองแล้วจะจบง่าย ๆ ในครั้งเดียว  ตั้งแต่เอกสาร กรอบเวลา ไปจนถึงการชำระบัญชี พลาดจุดเดียวก็อาจต้องเสียเวลาแก้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เข้าใจธุรกิจของคุณ ไม่อยากให้เรื่องปิดกิจการเป็นภาระซ้ำ

เราเข้าใจดีว่าเจ้าของธุรกิจที่ตัดสินใจเลิกกิจการ ไม่อยากยุ่งกับรายละเอียดกฎหมายและเอกสารที่ซับซ้อนอีกต่อไป สิ่งที่ต้องการจริง ๆ คือ "จบให้ครบ ไม่มีอะไรค้างคาใจ" นี่คือเหตุผลที่ Way Accounting พร้อมเป็นผู้ช่วยมืออาชีพที่ดูแลให้ตั้งแต่ต้นจนจบ

Way Accounting ช่วยอะไรคุณได้บ้าง

  • 📄 จัดเตรียมและตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนตั้งแต่ครั้งแรก

  • 🗓️ ยื่นจดทะเบียนให้ทันตามกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด

  • 💰 ดูแลการชำระบัญชีให้ถูกต้องตามหลักกฎหมายทุกขั้นตอน

  • 👨‍💼 ทีมผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาตลอดกระบวนการ

✨ ใช้บริการกับเรา สะดวกสบายแค่ไหน

ลองจินตนาการดูว่า ถ้าไม่ต้องกังวลเรื่องเอกสารขาดตกบกพร่อง ไม่ต้องเสียเวลาเรียนรู้ขั้นตอนที่ไม่คุ้นเคย และไม่ต้องกลัวพลาดกำหนดเวลา ธุรกิจของคุณจะปิดตัวได้ราบรื่นแค่ไหน นี่คือสิ่งที่ Way Accounting ทำให้ลูกค้ามาแล้วนับไม่ถ้วน

🚀 พร้อมเริ่มต้นกับเราวันนี้

แล้วทำไมต้องเสี่ยงทำเองให้เสียเวลา ในเมื่อมีมืออาชีพพร้อมช่วยให้ทุกอย่างจบง่ายตั้งแต่ครั้งแรก ปรึกษา Way Accounting วันนี้ ให้การปิดกิจการของคุณเป็นเรื่องง่าย ไม่มีภาระตกค้าง ก่อนวันครบกำหนดที่คุณอาจไม่ทันตั้งตัว 

        

WAY ACCOUNTING เป็นสำนักงานบัญชี ที่ให้บริการจัดทำบัญชี และภาษีแบบครบวงจร จากผลงานที่ผ่านมา เราได้รับการยอมรับ และการไว้วางใจจากลูกค้าจำนวนมาก จนปัจจุบันเรามีลูกค้าที่ใช้บริการมากกว่า 1000 บริษัท แต่นอกจากบริการจัดทำบัญชีและภาษี เรายังมีบริการจดทะเบียนบริษัท เพื่อเริ่มต้นทำธุรกิจ ให้คำปรึกษา เปิดคอร์สเรียนด้านบัญชีภาษี การขอใบอนุญาตต่างๆ และด้วยการให้บริการที่ถูกต้องตามมาตรฐาน ตรวจสอบได้ มุ่งเน้นถึงความสำคัญของลูกค้า ทำให้ Way Accounting กลายเป็นสำนักงานบัญชีที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย

Call : 0983626426
Line : @wayaccount
Facebook : Way Accounting