logowayaccounting
  • 01
LINEALBUMc-272607297

      

LINE_ALBUM_c-27_260729_6
                                               

จดทะเบียนการค้า จดที่ไหน ต้องเตรียมอะไรบ้าง ?

กำลังจะเปิดร้าน ขายของออนไลน์ หรือเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง แต่ไม่แน่ใจว่าต้องว่าจดทะเบียนการค้าหรือเปล่า? แล้วต้องไปจดที่ไหน ใช้เอกสารอะไรบ้าง หรือถ้ายังไม่จดจะมีผลอะไรหรือไม่? เชื่อว่าคำถามเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการหลายคนค้นหาตั้งแต่วันแรกของการเริ่มธุรกิจ เพราะถ้าเริ่มต้นผิดตั้งแต่แรก อาจเสียทั้งเวลาและต้องกลับมาแก้ไขเอกสารภายหลัง

ข่าวดีคือ เรื่องนี้ไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่หลายคนคิด หากเข้าใจขั้นตอนและเตรียมตัวให้ถูกตั้งแต่ต้นก็สามารถดำเนินการได้ไม่ยาก ในบทความนี้เราจะพาคุณไปทำความเข้าใจว่าใครบ้างที่ต้องจดทะเบียนการค้า ต้องจดที่ไหน เตรียมเอกสารอะไร และมีข้อควรรู้อะไรที่ผู้ประกอบการมือใหม่ไม่ควรมองข้าม เพื่อให้คุณเริ่มต้นธุรกิจได้อย่างมั่นใจตั้งแต่ก้าวแรก    

      

      

LINE_ALBUM_c-27_260729_5

          

ทะเบียนการค้าคืออะไร

หลายคนรีบจดทะเบียนการค้า โดยที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า "ทะเบียนการค้า" คืออะไร และทำไมจึงเป็นขั้นตอนสำคัญของการเริ่มต้นธุรกิจ เพราะหากเข้าใจผิดตั้งแต่แรก อาจทำให้ดำเนินการไม่ตรงตามที่กฎหมายกำหนด หรือเสียเวลาแก้ไขภายหลัง ดังนั้น ก่อนจะเริ่มยื่นเอกสารหรือเตรียมตัวจดทะเบียน มาทำความเข้าใจความหมาย ความสำคัญ และเหตุผลที่ผู้ประกอบการควรรู้เรื่องทะเบียนการค้าให้ชัดเจนกันก่อน เพื่อให้คุณวางรากฐานธุรกิจได้อย่างถูกต้องตั้งแต่วันแรก 


ความหมายของทะเบียนการค้า

ทะเบียนการค้า หรือชื่อที่ใช้ในทางราชการว่า ทะเบียนพาณิชย์ คือ การจดแจ้งข้อมูลการประกอบพาณิชยกิจต่อหน่วยงานของรัฐ เพื่อให้ภาครัฐสามารถตรวจสอบข้อมูลของผู้ประกอบการ และเพื่อเปิดเผยข้อมูลพื้นฐานของกิจการให้ประชาชนหรือผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบได้ เช่น ชื่อกิจการ สถานประกอบการ และลักษณะของธุรกิจที่ดำเนินการ

เมื่อยื่นคำขอและได้รับการจดทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ผู้ประกอบการจะได้รับ ใบทะเบียนพาณิชย์ ซึ่งเป็นเอกสารที่แสดงว่ากิจการได้ดำเนินการจดทะเบียนตามที่กฎหมายกำหนด สามารถใช้เป็นหลักฐานประกอบการติดต่อกับหน่วยงานราชการ คู่ค้า สถาบันการเงิน หรือการดำเนินธุรกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ

แม้หลายคนจะคุ้นเคยกับคำว่า ทะเบียนการค้า แต่ในทางกฎหมายจะใช้คำว่า ทะเบียนพาณิชย์ ตามพระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นคำว่า ทะเบียนการค้าทะเบียนพาณิชย์ หรือ ใบทะเบียนพาณิชย์ ล้วนหมายถึงการจดทะเบียนประเภทเดียวกัน เพียงแต่แตกต่างกันตามการใช้งานและความคุ้นเคยของผู้ประกอบการ

ใครมีหน้าที่จดทะเบียนการค้า

หลายคนเข้าใจว่าผู้ประกอบธุรกิจทุกประเภทต้องจดทะเบียนการค้า แต่ในความเป็นจริง กฎหมายกำหนดให้เฉพาะผู้ประกอบพาณิชยกิจบางประเภทเท่านั้นที่มีหน้าที่จดทะเบียนพาณิชย์ โดยหลักแล้วจะครอบคลุมผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจในนามบุคคลธรรมดา หรือกิจการที่กฎหมายกำหนดให้ต้องจดทะเบียน ขณะที่นิติบุคคลบางประเภท เช่น บริษัทจำกัดหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ซึ่งได้จดทะเบียนจัดตั้งกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าอยู่แล้ว จะดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการจดทะเบียนนิติบุคคลเป็นหลัก และไม่ใช่ทุกกรณีที่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์เพิ่มเติม

ผู้ที่มีหน้าที่จดทะเบียนหรือได้รับการยกเว้นมีรายละเอียดและเงื่อนไขแตกต่างกันตามลักษณะของธุรกิจ ซึ่งผู้ประกอบการควรตรวจสอบให้ถูกต้องก่อนเริ่มดำเนินกิจการ เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายและหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง

       

           

LINE_ALBUM_c-27_260729_4

       

กิจการที่ต้องจดทะเบียนการค้า และกิจการที่ไม่ต้องจดทะเบียนการค้า

เริ่มขายของเมื่อไหร่ ก็ต้องจดทะเบียนการค้าทันที?  ซึ่งในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่ทุกกิจการที่มีหน้าที่ต้องจดตามกฎหมาย บางธุรกิจจำเป็นต้องดำเนินการตั้งแต่เริ่มต้น ขณะที่บางประเภทอาจได้รับการยกเว้น หากไม่เช็กให้ชัดก่อน อาจทำให้เสียเวลา หรือเผลอทำผิดขั้นตอนโดยไม่รู้ตัว ในหัวข้อนี้เราจะพาคุณไปดูว่า "ธุรกิจแบบไหนต้องจด" และ "ธุรกิจแบบไหนไม่ต้องจด" ข้อควรรู้ที่ผู้ประกอบการมือใหม่ควรเข้าใจก่อนเริ่มธุรกิจ เพื่อให้คุณเดินหน้าได้อย่างมั่นใจและถูกต้องตั้งแต่วันแรก 


ประเภทธุรกิจที่ต้องจดทะเบียนการค้า

สำหรับธุรกิจหรือกิจการที่ต้องทำการจดทะเบียนการค้าตามที่กรมธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์ได้กำหนดไว้สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

1. บุคคลธรรมดา ห้างหุ้นส่วนสามัญ และนิติบุคคลต่างประเทศที่มาตั้งสำนักงานสาขาภายในประเทศไทย ที่ประกอบกิจการ ดังต่อไปนี้

  • กิจการโรงสีข้าวและโรงเลื่อยที่ใช้เครื่องจักร

  • กิจการขายสินค้าที่ขายภายใน 1 วันได้เป็นเงินตั้งแต่ 20 บาทขึ้นไป หรือมีสินค้าเพื่อขายและมีมูลค่ารวมเป็นเงินตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป

  • นายหน้าหรือตัวแทนการค้าที่ทำการเกี่ยวกับสินค้า และสินค้ามีมูลค่ารวมทั้งสิ้นในวันใดวันหนึ่งเป็นเงินตั้งแต่ 20 บาทขึ้นไป

  • กิจการหัตกรรมหรืออุตสาหกรรมที่ขายสินค้าที่ผลิตได้ และสินค้ามีมูลค่ารวมทั้งสิ้นในวันใดวันหนึ่งเป็นเงินตั้งแต่ 20 บาทขึ้นไป หรือสินค้าที่ผลิตได้มีมูลค่ารวมตั้งแต่ 500 ขึ้นไป

  • กิจการขนส่งทางทะเล ขนส่งโดยเรือกล หรือเรือยนต์ประจำทาง ขนส่งโดยทางรถไฟ ขนส่งโดยรถราง หรือขนส่งโดยรถยนต์ประจำทาง

  • กิจการรับซื้อ-ขายที่ดิน ขายทอดตลาด การให้กู้ยืมเงิน การรับแลกเปลี่ยน หรือซื้อขายเงินตราต่างประเทศ การซื้อหรือขายตั๋วเงิน การธนาคาร การทำโรงรับจำนำ และการทำโรงแรม

  • กิจการขาย ให้เช่า ผลิต หรือรับจ้างผลิตแผ่นซีดี แถบบันทึก วิดีทัศน์ แผ่นวิดีทัศน์ ดีวีดี หรือแผ่นวิดีทัศน์ และระบบดิจิทัลเฉพาะที่เกี่ยวกับการบันเทิง

  • กิจการขายอัญมณีหรือเครื่องประดับที่ประดับด้วยอัญมณี

  • กิจการซื้อ-ขายสินค้า หรือบริการโดยวิธีการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

  • กิจการบริการอินเทอร์เน็ต

  • กิจการให้เช่าพื้นที่ของเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย

  • กิจการตลาดกลางในการซื้อ-ขายสินค้า หรือบริการ โดยวิธีการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

  • กิจการให้บริการฟังเพลงและร้องเพลงโดยคาราโอเกะ

  • กิจการให้บริการเครื่องเล่นเกม

  • กิจการให้บริการตู้เพลง

  • กิจการโรงงานแปรสภาพ แกะสลัก และการหัตถกรรมจากงาช้าง รวมถึงการค้าปลีก การค้าส่งงาช้าง และผลิตภัณฑ์จากงาช้าง

2. ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด และบริษัทมหาชนจำกัด ที่ประกอบกิจการบางประเภท ก็มีหน้าที่ต้องจดทะเบียนการค้าตามที่กฎหมายกำหนด โดยตัวอย่างกิจการที่เข้าข่าย ได้แก่

  • ธุรกิจผลิต จำหน่าย ให้เช่า หรือรับจ้างผลิตสื่อบันเทิง เช่น ซีดี ดีวีดี แผ่นบันทึกภาพและเสียง รวมถึงสื่อดิจิทัลเพื่อความบันเทิง

  • ธุรกิจจำหน่ายอัญมณี และเครื่องประดับที่ประดับด้วยอัญมณี

  • ธุรกิจซื้อขายสินค้า หรือให้บริการผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (E-Commerce)

  • ธุรกิจให้บริการอินเทอร์เน็ต (Internet Service Provider)

  • ธุรกิจให้เช่าพื้นที่เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Server Hosting)

  • ธุรกิจตลาดกลางซื้อขายสินค้าและบริการผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (Marketplace)

  • ธุรกิจให้บริการคาราโอเกะ

  • ธุรกิจให้บริการเครื่องเล่นเกม

  • ธุรกิจให้บริการตู้เพลง

  • โรงงานแปรรูป แกะสลักงาช้าง รวมถึงธุรกิจค้าปลีก ค้าส่ง และผลิตภัณฑ์จากงาช้าง

กิจการที่ได้รับการยกเว้น ไม่ต้องจดทะเบียนการค้า

แม้ว่าผู้ประกอบพาณิชยกิจส่วนใหญ่จะมีหน้าที่ต้องจดทะเบียนการค้า แต่กฎหมายก็ได้กำหนดข้อยกเว้นสำหรับกิจการบางประเภท ซึ่งไม่จำเป็นต้องดำเนินการจดทะเบียน โดยตัวอย่างกิจการที่ได้รับการยกเว้น ได้แก่

  • การค้าเร่ และการค้าแผงลอย

  • กิจการที่จัดตั้งขึ้นเพื่อบำรุงศาสนา หรือเพื่อการกุศล ซึ่งไม่ได้ดำเนินงานเพื่อแสวงหากำไร

  • พาณิชยกิจของกระทรวง ทบวง กรม หน่วยงานของรัฐ รวมถึงนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา

  • มูลนิธิ สมาคม สหกรณ์ และกลุ่มเกษตรกรที่จดทะเบียนตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 141 ลงวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2515 

  •             
      
LINE_ALBUM_c-27_260729_3

         

จดทะเบียนการค้าต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง? 

เมื่อรู้แล้วว่าธุรกิจของคุณต้องจดทะเบียนการค้า คำถามต่อมาที่หลายคนกังวลคือ "ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง?" เพราะหากเตรียมเอกสารไม่ครบ หรือใช้เอกสารไม่ถูกต้อง ก็อาจทำให้การยื่นคำขอล่าช้ากว่าที่วางแผนไว้ แต่ไม่ต้องกังวล เพราะเอกสารที่ใช้ไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด เพียงเตรียมให้ตรงกับประเภทธุรกิจและรายละเอียดของผู้ประกอบการก็สามารถดำเนินการได้ง่ายขึ้น โดยในหัวข้อนี้เราจะสรุปเอกสารที่จำเป็น พร้อมข้อควรรู้ที่ช่วยให้คุณเตรียมตัวได้ครบก่อนยื่นจดทะเบียนการค้า

1. เอกสารที่ผู้ประกอบการทุกคนต้องเตรียม

เอกสารพื้นฐานที่ใช้ในการจดทะเบียนการค้า ได้แก่

  • แบบคำขอจดทะเบียนพาณิชย์ (แบบ ทพ.) ที่กรอกข้อมูลครบถ้วน

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ประกอบการ

  • สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ประกอบการ

  • สำเนาทะเบียนบ้านของสถานที่ตั้งร้าน 

  • รูปถ่ายร้านค้า ถ่ายให้เห็นป้ายชื่อร้านและเลขที่ร้านชัดเจน 2-3 รูป

  • แผนที่ตั้งร้านค้า

ในกรณีเช่าสถานที่ตั้งร้าน หรือไม่ได้เป็นเจ้าของบ้าน 

  • สำเนาสัญญาเช่าสถานที่ตั้งร้าน 

  • สำเนาทะเบียนบ้านของสถานที่ตั้งร้าน (เล่มที่มีชื่อเจ้าบ้าน) 

  • หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่สำเนาบัตร

  • ประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ให้เช่า/เจ้าของสถานที่ 

เอกสารเหล่านี้เป็นเอกสารหลักที่ใช้ยืนยันตัวตนและข้อมูลของผู้ยื่นคำขอ จึงควรตรวจสอบให้ข้อมูลในเอกสารทุกฉบับตรงกันก่อนนำไปยื่น

2. เอกสารเพิ่มเติมในกรณีพิเศษ

หากไม่สามารถไปดำเนินการด้วยตนเอง สามารถมอบอำนาจให้บุคคลอื่นดำเนินการแทนได้ โดยต้องเตรียมเอกสารเพิ่มเติม ดังนี้

  • หนังสือมอบอำนาจที่ลงนามเรียบร้อย

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจและผู้มอบอำนาจ

ในกรณีที่เริ่มประกอบธุรกิจมาแล้ว แต่ยังไม่ได้จดทะเบียนภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด อาจต้องจัดทำ หนังสือชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อประกอบการยื่นคำขอด้วย

3. ตรวจสอบเอกสารก่อนยื่น เพื่อไม่ให้เสียเวลา

แม้เอกสารที่ใช้จะมีเพียงไม่กี่รายการ แต่รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็อาจทำให้การยื่นคำขอล่าช้าได้ เช่น ข้อมูลในเอกสารไม่ตรงกัน สำเนาเอกสารไม่ครบ หรือกรอกข้อมูลในแบบคำขอไม่สมบูรณ์ ดังนั้น ก่อนเดินทางไปยื่นจดทะเบียนการค้า ควรตรวจสอบเอกสารทุกฉบับให้เรียบร้อย และหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเอกสารเฉพาะกรณี สามารถสอบถามหน่วยงานรับจดทะเบียนในพื้นที่ก่อนเข้ายื่นคำขอ เพื่อให้ดำเนินการได้รวดเร็วและลดความเสี่ยงในการต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม

       
         
LINE_ALBUM_c-27_260729_2
      

จดทะเบียนการค้าได้ที่ไหน?

การจดทะเบียนการค้า จะต้องยื่นคำขอต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบตามพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ ดังนั้น ก่อนเตรียมเอกสารหรือเดินทางไปยื่นคำขอ ควรตรวจสอบสถานที่ให้ถูกต้อง เพราะแต่ละพื้นที่มีหน่วยงานที่รับผิดชอบแตกต่างกัน ในหัวข้อนี้เราจะสรุปให้ว่าผู้ประกอบการในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัดต้องยื่นจดทะเบียนการค้าที่ไหน เพื่อให้คุณดำเนินการได้อย่างถูกต้องและสะดวกยิ่งขึ้น


จดทะเบียนการค้าในเขตกรุงเทพมหานคร

ผู้ประกอบการที่มี สำนักงานใหญ่ ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร สามารถยื่น จดทะเบียนการค้า ได้ที่ สำนักงานเขต ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ โดยแต่ละสำนักงานเขตมีหน้าที่รับคำขอจดทะเบียนพาณิชย์และให้บริการด้านงานทะเบียนตามพื้นที่รับผิดชอบ ดังนั้น ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่ายื่นคำขอตรงกับเขตที่ตั้งของธุรกิจก่อนเดินทางไปดำเนินการ 

จดทะเบียนการค้าในต่างจังหวัด (ภูมิภาค)

สำหรับผู้ประกอบการที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในต่างจังหวัด สามารถยื่นคำขอจดทะเบียนการค้าได้ที่หน่วยงานท้องถิ่นที่ได้รับมอบอำนาจในพื้นที่ โดยหน่วยงานที่รับผิดชอบอาจแตกต่างกันตามพื้นที่ ได้แก่

  • เทศบาล สำหรับกิจการที่ตั้งอยู่ในเขตเทศบาล

  • องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) สำหรับกิจการที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ความรับผิดชอบของ อบต.

  • เมืองพัทยา สำหรับกิจการที่ตั้งอยู่ในเขตเมืองพัทยา

  • สำนักงานพาณิชย์จังหวัด ในพื้นที่ที่ได้รับมอบอำนาจให้รับจดทะเบียนพาณิชย์

ก่อนยื่นคำขอ แนะนำให้ตรวจสอบหน่วยงานที่รับผิดชอบในพื้นที่ของคุณ เพื่อความสะดวกและช่วยลดระยะเวลาในการดำเนินการ

จดทะเบียนการค้าออนไลน์ผ่านเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

นอกจากการยื่นเอกสารที่หน่วยงานในพื้นที่แล้ว ปัจจุบันผู้ประกอบการสามารถเลือกจดทะเบียนการค้าในรูปแบบออนไลน์ได้ด้วย

โดยการยื่นในระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ผ่านเว็บไซต์ dbd.go.th ซึ่งเปิดให้ลงทะเบียนผู้ใช้ กรอกคำขอ และอัปโหลดเอกสารประกอบได้ในระบบเดียว

ระบบออนไลน์เหมาะกับผู้ประกอบการที่ต้องการลดการเดินทาง และช่วยให้ขั้นตอนจดทะเบียนพาณิชย์มีความสะดวกขึ้น โดยยังคงต้องเตรียมเอกสารตามที่กฎหมายกำหนดเช่นเดียวกับการยื่นแบบปกติ

       
         
LINE_ALBUM_c-27_260729_1
      

อยากจดทะเบียนการค้า แต่ไม่มีเวลาเดินเรื่องเอง? ให้ Way Accounting ดูแลแทน

กำลังจะการจดทะเบียนการค้า แต่ไม่มีมาเวลาศึกษาขั้นตอนหรือเดินเรื่องด้วยตัวเอง ให้ Way Accounting ช่วยดูแลตั้งแต่ให้คำปรึกษา ตรวจสอบเอกสาร ไปจนถึงดำเนินการยื่นจดทะเบียนให้ครบทุกขั้นตอน ช่วยให้คุณเริ่มต้นธุรกิจได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องเสียเวลาไปติดต่อหน่วยงานราชการเอง

ทำไมเจ้าของธุรกิจหลายคนเลือกใช้บริการ Way Accounting?

  • ✅ ประหยัดเวลา ไม่ต้องลางานหรือเดินทางไปสำนักงานเขต เทศบาล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

  • ✅ ลดความผิดพลาด ทีมงานช่วยตรวจสอบเอกสารและข้อมูลก่อนยื่น ลดโอกาสเอกสารไม่ครบหรือกรอกข้อมูลผิด

  • ✅ มีผู้เชี่ยวชาญดูแล ให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด พร้อมอัปเดตความคืบหน้าทุกขั้นตอน

  • ✅ ครบจบในที่เดียว ไม่ใช่แค่จดทะเบียนการค้า แต่ยังให้คำปรึกษาด้านบัญชี ภาษี และการเริ่มต้นธุรกิจอย่างครบวงจร

Way Accounting ช่วยคุณได้มากกว่าการจดทะเบียน

  • ให้คำปรึกษาและแนะนำประเภทการจดทะเบียนที่เหมาะกับธุรกิจ

  • ตรวจสอบและจัดเตรียมเอกสารให้พร้อมก่อนยื่น

  • ดำเนินการจดทะเบียนการค้าแทนตามขั้นตอนที่ถูกต้อง

  • ติดตามผลและแจ้งความคืบหน้าจนดำเนินการแล้วเสร็จ

เหมาะสำหรับ

  • เจ้าของธุรกิจที่ไม่มีเวลาเดินเรื่องในวันและเวลาราชการ

  • ร้านค้าออนไลน์หรือผู้ประกอบการที่ต้องการจดทะเบียนให้ถูกต้อง

  • ผู้เริ่มต้นทำธุรกิจที่อยากให้ผู้เชี่ยวชาญดูแลตั้งแต่วันแรก

เริ่มต้นธุรกิจอย่างมั่นใจ ให้เรื่องเอกสารเป็นหน้าที่ของเรา ปรึกษาทีมงาน Way Accounting วันนี้ เพื่อให้การจดทะเบียนการค้าเป็นเรื่องง่าย รวดเร็ว และถูกต้อง พร้อมเดินหน้าธุรกิจได้ทันที

      

WAY ACCOUNTING เป็นสำนักงานบัญชี ที่ให้บริการจัดทำบัญชี และภาษีแบบครบวงจร จากผลงานที่ผ่านมา เราได้รับการยอมรับ และการไว้วางใจจากลูกค้าจำนวนมาก จนปัจจุบันเรามีลูกค้าที่ใช้บริการมากกว่า 1000 บริษัท แต่นอกจากบริการจัดทำบัญชีและภาษี เรายังมีบริการจดทะเบียนบริษัท เพื่อเริ่มต้นทำธุรกิจ ให้คำปรึกษา เปิดคอร์สเรียนด้านบัญชีภาษี การขอใบอนุญาตต่างๆ และด้วยการให้บริการที่ถูกต้องตามมาตรฐาน ตรวจสอบได้ มุ่งเน้นถึงความสำคัญของลูกค้า ทำให้ Way Accounting กลายเป็นสำนักงานบัญชีที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย

 

Call : 0983626426
Line : @wayaccount
Facebook : Way Accounting