ก่อนจดทะเบียนบริษัท ต้องรู้อะไรบ้าง ฉบับเข้าใจง่าย

การได้เริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง คือก้าวสำคัญที่เปลี่ยนชีวิตใครหลายคน และถ้าคุณกำลังจะก้าวไปสู่จุดนั้นก่อนจดทะเบียนบริษัท นี่คือด่านแรกที่ต้องรู้ให้ครบ เพราะการจดทะเบียนบริษัทไม่ใช่แค่การมีชื่อบริษัทสวยๆ หรือมีใบทะเบียนไว้โชว์ แต่คือการวางรากฐานทั้งเรื่องเงิน โครงสร้างธุรกิจ ภาษี และกฎหมายตั้งแต่วันแรก ถ้าเริ่มถูก ธุรกิจก็ไปได้ไกล แต่ถ้าเริ่มพลาด ปัญหาอาจตามไปอีกหลายปีแบบไม่รู้ตัว บทความนี้จะพาคุณมาทำความเข้าใจแบบง่ายๆ ว่าก่อนจะก้าวสู่การเป็นเจ้าของบริษัท ควรรู้อะไรบ้าง ต้องเตรียมอะไรบ้าง และมีจุดไหนที่ผู้ประกอบการมือใหม่มักพลาด เพื่อให้คุณเริ่มต้นธุรกิจได้อย่างมั่นใจ วางรากฐานให้ถูกต้องตั้งแต่วันแรก และลดความเสี่ยงปัญหาด้านกฎหมาย บัญชี และภาษีในอนาคตก่อนจดทะเบียนบริษัท ต้องรู้อะไรบ้าง ฉบับเข้าใจง่าย

เจ้าของธุรกิจหลายคนตั้งใจมาจดทะเบียนบริษัทให้ดูเป็นมืออาชีพ แต่พอเริ่มจริงกลับเจอปัญหา “จดผิดประเภท” จนต้องตามแก้กันยาว เพราะในความเป็นจริงการจดทะเบียนบริษัทไม่ได้มีแค่แบบเดียว แต่มีหลายประเภทให้เลือก และแต่ละแบบก็ส่งผลทั้งเรื่องกฎหมาย ภาษี และการบริหารธุรกิจ บทความนี้จะพาคุณมาดูว่า การจดทะเบียนบริษัทมีกี่ประเภท และควรเลือกแบบไหนให้เหมาะกับธุรกิจของคุณตั้งแต่แรก 1. ทะเบียนพาณิชย์ (บุคคลธรรมดา) การจดทะเบียนพาณิชย์ คือการจดทะเบียนธุรกิจในรูปแบบบุคคลธรรมดา ซึ่งกิจการจะมีเจ้าของเพียงคนเดียว เป็นผู้ตัดสินใจและบริหารงานทั้งหมดด้วยตนเอง การจดทะเบียนมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงให้ภาครัฐและบุคคลทั่วไปทราบว่า กิจการนี้ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย รูปแบบนี้เหมาะกับกิจการขนาดเล็กที่ขายสินค้าหรือให้บริการไม่ซับซ้อน และมีมูลค่ากิจการไม่สูง ข้อดีคือเจ้าของกิจการได้รับกำไรทั้งหมด และเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหลังหักค่าใช้จ่ายตามกฎหมายกำหนด แต่ข้อเสียคือ หากกิจการขาดทุนหรือมีหนี้สิน เจ้าของกิจการจะต้องรับผิดชอบทั้งหมดเพียงผู้เดียวแบบไม่จำกัดจำนวน 2. ทะเบียนนิติบุคคล การจดทะเบียนนิติบุคคล เป็นรูปแบบที่เหมาะกับกิจการที่มีผู้ร่วมลงทุนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป โดยการดำเนินกิจการทั้งหมดจะกระทำในนามนิติบุคคล ไม่ใช่ในนามบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ข้อดีคือ อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุดอยู่ที่ 20% ซึ่งในหลายกรณีอาจต่ำกว่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แต่ข้อจำกัดคือ การบริหารงานอาจมีความซับซ้อนและใช้เวลามากขึ้น เพราะต้องมีการตัดสินใจร่วมกันหลายฝ่าย การจดทะเบียนนิติบุคคลสามารถแบ่งตามลักษณะความรับผิดชอบในหนี้สินออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้ 2.1 ห้างหุ้นส่วนสามัญ ห้างหุ้นส่วนสามัญ คือกิจการที่มีผู้เป็นหุ้นส่วนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป จะจดทะเบียนหรือไม่จดทะเบียนก็ได้ โดยหุ้นส่วนทุกคนต้องรับผิดชอบต่อหนี้สินของกิจการแบบไม่จำกัดจำนวน สามารถตกลงแบ่งผลกำไรระหว่างกันได้ แต่หากกิจการขาดทุน หุ้นส่วนทุกคนจะต้องร่วมกันรับผิดชอบหนี้สินทั้งหมด 2.2 ห้างหุ้นส่วนจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด คือกิจการที่ต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล และมีผู้เป็นหุ้นส่วนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป โดยแบ่งหุ้นส่วนออกเป็น 2 ประเภท คือ หุ้นส่วนจำกัดความรับผิด รับผิดชอบหนี้สินไม่เกินจำนวนเงินที่ลงทุน และไม่มีอำนาจบริหารกิจการ หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด มีอำนาจบริหารกิจการ และต้องรับผิดชอบหนี้สินของกิจการโดยไม่จำกัดจำนวน 2.3 บริษัทจำกัด บริษัทจำกัด คือรูปแบบนิติบุคคลที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ผู้ถือหุ้นจะรับผิดชอบต่อหนี้สินของบริษัทไม่เกินจำนวนเงินค่าหุ้นที่ยังส่งไม่ครบ รูปแบบนี้ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้ธุรกิจ เหมาะกับกิจการที่ต้องการเติบโต มีการวางระบบบริหารจัดการที่เป็นทางการ และดำเนินงานผ่านคณะกรรมการบริษัทการจดทะเบียนบริษัทมีกี่ประเภท

วันแรกที่ตัดสินใจจะมีบริษัทเป็นของตัวเอง มักเริ่มต้นด้วยความตื่นเต้น แต่ความจริงที่ต้องเจอคือด่านแรกอย่างคำถามว่าจดทะเบียนบริษัทใช้เอกสารอะไรบ้าง เพราะถ้าเตรียมเอกสารไม่ครบ หรือกรอกข้อมูลผิดนิดเดียว ก็อาจต้องเสียเวลาวนไปวนมา ทั้งที่เรื่องนี้สามารถเตรียมให้จบได้ตั้งแต่ครั้งแรก บทความนี้จะพาคุณเช็กให้ครบแบบเข้าใจง่าย ว่าการจดทะเบียนบริษัทต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง และควรเตรียมตัวยังไงให้ผ่านในรอบเดียวจบ เอกสารที่ต้องเตรียมก่อนจดทะเบียนบริษัท 1. คำขอจดทะเบียนบริษัทจำกัด (แบบ บอจ.1) – แบบฟอร์มหลักสำหรับยื่นขอจดทะเบียนเพื่อจัดตั้งบริษัท 2. แบบคำรับรองการจดทะเบียนบริษัทจำกัด – เอกสารที่ผู้ก่อตั้งลงชื่อรับรองข้อมูลที่ยื่นว่าถูกต้องครบถ้วน 3. รายการจดทะเบียนจัดตั้ง (แบบ บอจ.3) – แสดงรายละเอียดสำคัญของบริษัท เช่น ชื่อ ที่ตั้ง ทุนจดทะเบียน 4. รายละเอียดกรรมการ (แบบ ก.) – ระบุข้อมูลของกรรมการทุกคน เช่น ชื่อ ที่อยู่ และลายมือชื่อ 5. บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (แบบ บอจ.5) – แสดงรายชื่อผู้ถือหุ้น จำนวนหุ้น และสัดส่วนการถือหุ้น 6. สำเนาหนังสือนัดประชุมตั้งบริษัท – เอกสารเชิญประชุมเพื่อจัดตั้งบริษัทในวันแรก 7. สำเนารายงานการประชุมตั้งบริษัท – สรุปผลการประชุมในการจัดตั้งบริษัท เช่น แต่งตั้งกรรมการ รับรองข้อบังคับ 8. สำเนาข้อบังคับบริษัท (ถ้ามี) – กฎเกณฑ์ภายในบริษัท เช่น การประชุม สิทธิของผู้ถือหุ้น 9. หลักฐานการรับชำระค่าหุ้น – แสดงว่าผู้ถือหุ้นแต่ละคนได้ชำระค่าหุ้นแล้วจริง 10. สำเนาบัตรประจำตัวของกรรมการทุกคน – ใช้ยืนยันตัวบุคคลของกรรมการ (หรือหนังสือเดินทางสำหรับชาวต่างชาติ) 11. เอกสารรับรองฐานะการเงินของผู้ถือหุ้น/กรรมการ (ถ้ามี) – ในกรณีที่ต้องแสดงฐานะทางการเงินตามข้อกำหนด 12. แบบฟอร์ม สสช.1 – แบบฟอร์มที่ใช้ในกระบวนการยื่นทะเบียน 13. แผนที่แสดงที่ตั้งสำนักงาน – แผนที่และข้อมูลที่อยู่ในการประกอบธุรกิจ 14. สำเนาหลักฐานการรับรองลายมือชื่อ/หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี) – กรณีมีตัวแทนยื่นเอกสารแทน 15. ตราสำคัญของบริษัท (ถ้ามี) – ใช้ประทับเอกสารราชการและเอกสารภายในบริษัทจดทะเบียนบริษัทใช้เอกสารอะไรบ้าง ?

แค่คิดจะมีบริษัทเป็นของตัวเอง คำถามแรกๆ ที่ต้องรู้ให้ชัดก็คือการจดทะเบียนบริษัท มีค่าธรรมเนียมเท่าไหร่ เพราะนอกจากไอเดียธุรกิจและแผนงานแล้ว เรื่องค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนก็เป็นต้นทุนก้อนแรกที่ต้องวางแผนให้ดี บางคนคิดวาใช้งบไม่กี่ร้อย แต่พอทำจริงกลับมีค่าใช้จ่ายยิบย่อยตามมาแบบไม่ทันตั้งตัว บทความนี้จะพาคุณมาดูแบบเข้าใจง่ายว่า การจดทะเบียนบริษัทมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ต้องเตรียมงบประมาณเท่าไหร่ และมีจุดไหนที่สามารถประหยัดได้บ้าง โดยค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนบริษัทจำกัด จะประกอบด้วยหลายรายการ ดังนี้ 1. ค่าหนังสือรับรอง รายการละ 40 บาท 2. ค่ารับรองสำเนาเอกสารคำขอจดทะเบียน 50 บาท 3. ค่าใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน 100 บาท 4. ค่าอากรแสตมป์ 200 บาท 5. ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ 500 บาท 6. ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนบริษัทจำกัด 5,000 บาทจดทะเบียนบริษัทมีค่าธรรมเนียมเท่าไหร่
เป็นค่าธรรมเนียมสำหรับขอหนังสือรับรองจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เช่น หนังสือรับรองบริษัท เพื่อใช้เป็นเอกสารยืนยันสถานะนิติบุคคลในการติดต่อธนาคาร คู่ค้า หรือหน่วยงานราชการอื่น ๆ ซึ่งสามารถขอได้หลายฉบับตามความจำเป็น
เป็นค่าธรรมเนียมสำหรับการขอรับรองสำเนาเอกสารที่ใช้ในการยื่นจดทะเบียน เพื่อให้เอกสารมีผลทางกฎหมายและสามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือยื่นต่อหน่วยงานอื่นได้
เป็นค่าธรรมเนียมสำหรับเอกสารหลักฐานสำคัญที่แสดงว่าบริษัทของคุณได้จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายเรียบร้อยแล้ว
เป็นค่าอากรที่กฎหมายกำหนด สำหรับการจัดทำเอกสารทางกฎหมายบางประเภทในกระบวนการจดทะเบียนบริษัท
เป็นค่าธรรมเนียมในการยื่นจดทะเบียนเอกสารจัดตั้งบริษัท ซึ่งระบุรายละเอียดสำคัญ เช่น ชื่อบริษัท วัตถุประสงค์ ทุนจดทะเบียน ที่ตั้งสำนักงาน และรายชื่อผู้เริ่มก่อการ
เป็นค่าธรรมเนียมหลักในการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทให้มีสถานะเป็นนิติบุคคลอย่างสมบูรณ์ตามกฎหมาย

หลายคนกำลังจะเริ่มต้นธุรกิจและมาถึงขั้นตอนสำคัญอย่างการจดทะเบียนบริษัท แต่สิ่งที่มักถูกมองข้ามคือ “จะเลือกจดผ่านช่องทางไหนดี” เพราะแต่ละวิธีก็มีความสะดวก ระยะเวลา และรายละเอียดที่แตกต่างกัน หากเลือกให้เหมาะกับตัวเองตั้งแต่แรก ก็จะช่วยประหยัดทั้งเวลาและลดความยุ่งยากได้มาก บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า การจดทะเบียนบริษัทมีช่องทางอะไรให้เลือกบ้าง และควรรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับแต่ละช่องทางก่อนตัดสินใจ 1. จดทะเบียนบริษัทผ่านการใช้บริการสำนักงานบัญชี การจดทะเบียนบริษัทผ่านสำนักงานบัญชีหรือผู้ให้บริการรับจดทะเบียนบริษัท เป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมมาก โดยเฉพาะในกลุ่มเจ้าของธุรกิจมือใหม่ หรือผู้ที่ต้องการความรวดเร็วและความถูกต้อง เพราะสามารถมอบหมายให้ผู้เชี่ยวชาญดูแลตั้งแต่ต้นจนจบ ทั้งเรื่องเอกสาร ขั้นตอน และการยื่นจดทะเบียน ข้อดี สะดวกและประหยัดเวลา เจ้าของกิจการแทบไม่ต้องจัดการเอกสารเอง มีผู้เชี่ยวชาญคอยตรวจสอบความถูกต้อง ลดความเสี่ยงเรื่องเอกสารตกหล่นหรือกรอกผิด ขั้นตอนรวดเร็ว โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 1–3 วัน (ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาและความพร้อมของเอกสาร) ได้คำแนะนำเรื่องโครงสร้างบริษัท ทุนจดทะเบียน กรรมการ และผู้ถือหุ้น ตั้งแต่เริ่มต้น ลดความเครียดและความยุ่งยาก เหมาะกับคนที่ไม่มีเวลาศึกษารายละเอียดเชิงลึกด้วยตัวเอง ในหลายกรณีสามารถต่อยอดบริการไปถึงเรื่องบัญชี ภาษี และการวางระบบหลังจดบริษัทได้ทันที ข้อเสีย มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากค่าธรรมเนียมราชการ ซึ่งถือเป็น “ค่าแลกกับความสบายใจ ความรวดเร็ว และความถูกต้อง” เพราะช่วยประหยัดเวลา และลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดที่อาจทำให้ต้องเสียเวลายื่นใหม่หลายรอบในภายหลัง 2. จดทะเบียนบริษัทด้วยตัวเองผ่านระบบออนไลน์ DBD Biz Regist เจ้าของกิจการสามารถเลือกจดทะเบียนบริษัทด้วยตัวเองผ่านระบบออนไลน์ DBD BizRegist ได้ โดยไม่ต้องเดินทางไปที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งระบบถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้สะดวกและทำตามขั้นตอนได้ไม่ยาก ข้อดี ข้อเสีย 3. จดทะเบียนด้วยตนเองแบบ Walk-in ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า อีกหนึ่งวิธีคือการเดินทางไปยื่นจดทะเบียนบริษัทด้วยตนเองที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งเหมาะกับผู้ที่ต้องการความรวดเร็วและต้องการให้เจ้าหน้าที่ช่วยตรวจเอกสารหน้างาน ข้อดี ข้อเสีย ต้องเดินทางไปดำเนินการด้วยตนเอง ซึ่งอาจไม่สะดวกสำหรับผู้ที่อยู่ต่างจังหวัดหรือมีเวลาจำกัด ต้องรอคิวตามลำดับ ซึ่งในบางช่วงอาจใช้เวลานาน หากเอกสารไม่ครบหรือมีข้อผิดพลาด ต้องเดินทางมาใหม่ ทำให้เสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ไม่ได้รับส่วนลดค่าธรรมเนียมเหมือนการยื่นผ่านระบบออนไลน์ ผู้ยื่นต้องเข้าใจขั้นตอนและเอกสารพอสมควร หากไม่มั่นใจ อาจเกิดความสับสนหรือเตรียมเอกสารไม่ครบ ช่องทางการจดทะเบียนบริษัท
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้พัฒนาระบบจดทะเบียนนิติบุคคลดิจิทัล (DBD BizRegist) ให้มีขั้นตอนไม่ซับซ้อน พร้อมมีคู่มือและวิดีโอแนะนำการใช้งาน ทำให้สามารถดำเนินการได้ด้วยตัวเองจากที่บ้าน และยังมีค่าธรรมเนียมที่ถูกกว่าการยื่นแบบปกติ
เจ้าของกิจการต้องดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยตัวเอง รวมถึงต้องให้กรรมการทุกท่านลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านแอป ThaiD ให้ครบถ้วน
สามารถดำเนินการแล้วเสร็จได้ภายในวันเดียว หากเอกสารครบถ้วน และไม่ต้องเสียค่าดำเนินการเพิ่มเติมนอกเหนือจากค่าธรรมเนียมราชการ

หากคุณต้องการความสะดวก รวดเร็ว และมั่นใจว่าการจดทะเบียนบริษัทจะถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรก WAY ACCOUNTING พร้อมเป็นผู้ช่วยดูแลคุณแบบครบวงจร ตั้งแต่ให้คำปรึกษาโครงสร้างบริษัท การตั้งทุนจดทะเบียน การจัดสัดส่วนผู้ถือหุ้น การกำหนดอำนาจกรรมการ การเตรียมเอกสารทั้งหมด ไปจนถึงยื่นจดทะเบียนบริษัทให้เสร็จเรียบร้อยกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยคุณแทบไม่ต้องเสียเวลาจัดการเอกสารหรือกังวลเรื่องขั้นตอนที่ซับซ้อน นอกจากการจดทะเบียนบริษัทแล้ว WAY ACCOUNTING ยังช่วยวางระบบบัญชีและภาษีตั้งแต่วันแรก ให้ธุรกิจเริ่มต้นอย่างถูกต้อง ไม่เสี่ยงโดนปรับย้อนหลัง พร้อมให้คำแนะนำด้านภาษี การวางโครงสร้างทางธุรกิจ และการจัดการเอกสารที่จำเป็นในอนาคต เรียกได้ว่า จ่ายครั้งเดียว แต่ได้ทั้งความสบายใจ ความถูกต้อง และรากฐานธุรกิจที่แข็งแรงในระยะยาว ช่วยประหยัดทั้งเวลา ลดความผิดพลาด และลดต้นทุนแฝงที่อาจเกิดขึ้นจากการจดผิดหรือวางโครงสร้างผิดตั้งแต่ต้น หากคุณอยากเริ่มต้นธุรกิจแบบไม่ต้องลองผิดลองถูก และมีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลทุกขั้นตอนตั้งแต่ศูนย์จนบริษัทพร้อมดำเนินงาน WAY ACCOUNTING คือทางเลือกที่คุ้มค่าและช่วยให้คุณโฟกัสกับการทำธุรกิจได้อย่างเต็มที่ WAY ACCOUNTING เป็นสำนักงานบัญชี ที่ให้บริการจัดทำบัญชี และภาษีแบบครบวงจร จากผลงานที่ผ่านมา เราได้รับการยอมรับ และการไว้วางใจจากลูกค้าจำนวนมาก จนปัจจุบันเรามีลูกค้าที่ใช้บริการมากกว่า 1000 บริษัท แต่นอกจากบริการจัดทำบัญชีและภาษี เรายังมีบริการจดทะเบียนบริษัท เพื่อเริ่มต้นทำธุรกิจ ให้คำปรึกษา เปิดคอร์สเรียนด้านบัญชีภาษี การขอใบอนุญาตต่างๆ และด้วยการให้บริการที่ถูกต้องตามมาตรฐาน ตรวจสอบได้ มุ่งเน้นถึงความสำคัญของลูกค้า ทำให้ Way Accounting กลายเป็นสำนักงานบัญชีที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย WAY ACCOUNTING รับจดทะเบียนบริษัท พร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน
Line : @wayaccount
Facebook : Way Accounting