ลดช่องว่างรายได้คนรวยคนจน! รมว.คลังชี้! VAT มากกว่า 7% เป็นเครื่องมือสำคัญปฏิรูปภาษี

ลดช่องว่างรายได้คนรวยคนจน! รมว.คลังชี้! VAT มากกว่า 7% เป็นเครื่องมือสำคัญปฏิรูปภาษี
นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในงาน Sustainability Forum 2025: Synergizing for Driving Business ภายใต้หัวข้อ Financial Polies for Sustainable Economy จัดโดยกรุงเทพธุรกิจ เผยว่า ขณะนี้กระทรวงการคลัง อยู่ระหว่างการศึกษานโยบายการเงินในเรื่องของการเก็บรายได้ของภาครัฐ มีแนวทางในการปฏิรูปภาษี ด้วยมาตรการดังนี้

1.ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) หรือภาษีบริโภค ปัจจุบันทั่วโลก เก็บภาษี VAT ระหว่าง 15-25% แต่ขณะนี้ประเทศไทยเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มเพียง 7% จากอัตราเพดานที่กำหนดไว้ 10% ซึ่งถือว่าน้อย เมื่อเทียบต่างประเทศทั่วโลก
2.ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา อัตราเพดานการเสียภาษีสูงสุดของประเทศไทยอยู่ที่ 35% อาจมีการพิจารณาลดลงมาอยู่ที่ 15% เพื่อแข่งขันกับทั่วโลกในการจูงใจ คนที่มีศักยภาพหรือความสามารถเข้ามาทำงานในประเทศไทย
3.ภาษีเงินได้นิติบุคคล อัตราเพดานการเสียภาษีสูงสุดของประเทศไทยอยู่ที่ 20% อาจมีการพิจารณาจาก Global Minimum Tax (GMT) ปรับภาษีลดลงมาอยู่ที่ 15% เพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันของเอกชน
นายพิชัยเชื่อว่า ภาษีบริโภค หากเก็บสูงขึ้นและเหมาะสม จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้คนรายได้ต่ำรอด ช่องว่างระหว่างรายได้ คนรวยและคนจดลดลง ซึ่ง ภาษีบริโภค หากเก็บในอัตราที่สูงขึ้น เงินกองกลางก็ใหญ่ขึ้น สามารถนำเงินกองกลาง กลับมาส่งผ่านให้เฉพาะคนรายได้น้อย ผ่านมาตรการต่าง ๆ ไม่ว่าจะสาธารณสุข ที่อยู่อาศัย การรักษาพยาบาล และสถานศึกษา นอกจากนั้น เงินกองกลาง สามารถนำไปสร้างความสามารถในการแข่งขันให้กับเอกชน รัฐบาลต้องทำให้ต้นทุนของเอกชนต่ำ เช่น บ่อบำบัดน้ำเสีย การขนส่ง ต้นทุนพลังงาน เป็นต้น เมื่อต้นทุนต่ำ การส่งออกจะมีต้นทุนที่ต่ำลง ดังนั้น การเก็บภาษีสูงขึ้น เป็นเรื่องที่กระทรวงการคลังต้องพิจารณาอีกที ในแง่นโยบายการเงินทางด้านรายได้ของภาครัฐ และต้องทำให้คนเข้าใจก่อน เพราะเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน