logowayaccounting
  • 01
LINEALBUMc-642511046

 

      

    
LINEALBUMc-642511045

    

อัปเดตรายการ ลดหย่อนภาษี 2568 เช็กให้ชัวร์ก่อนยื่นภาษีประจำปี

    

ถึงเวลาตรวจเช็กลิสต์ ลดหย่อนภาษี กันอีกครั้งก่อนสิ้นปี! เพราะทุก สิทธิ์ลดหย่อนภาษี ที่คุณใช้ได้ คือโอกาสในการ “ประหยัดเงินภาษี” อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นประกันชีวิต กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ RMF/SSF ดอกเบี้ยบ้าน หรือค่าลดหย่อนส่วนตัวของครอบครัว ปี 2568 นี้มีหลายรายการที่ยังใช้ได้เหมือนเดิม และบางรายการก็มีอัปเดตใหม่ที่คุณไม่ควรพลาด การเข้าใจ สิทธิ์ลดหย่อนภาษี อย่างรอบด้าน จะช่วยให้คุณวางแผนภาษีได้คุ้มค่ากว่าเดิมและไม่เสียโอกาสในส่วนที่ควรได้รับคืน

ก่อนจะกด “ยื่นภาษีประจำปี” ลองเช็กกันให้ชัวร์ว่าคุณได้ใช้สิทธิลดหย่อนครบทุกช่องแล้วหรือยัง หลายคนมักพลาดเพราะไม่รู้ว่าบางค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันสามารถนำมาลดหย่อนได้ เช่น ประกันสุขภาพของพ่อแม่ หรือเงินบริจาคบางประเภท ปีนี้กรมสรรพากรยังเปิดโอกาสให้ใช้สิทธิ์ผ่านระบบออนไลน์ได้สะดวกขึ้นกว่าเดิม บทความนี้จะพาคุณอัปเดตรายการลดหย่อนภาษีล่าสุด พร้อมเทคนิคจัดการเอกสารและยื่นแบบให้ถูกต้อง เพื่อให้ทุกบาทที่จ่ายคืนกลับมาอย่างคุ้มค่าที่สุด

            

    

LINEALBUMc-642511044

  

รายการ ค่าลดหย่อนภาษี สำหรับยื่นภาษีปี 2568

การใช้ สิทธิ์ลดหย่อนภาษี อย่างถูกต้อง คือหนึ่งในวิธีช่วยประหยัดภาษีได้จริงและถูกกฎหมาย ปีนี้กรมสรรพากรยังคงมีรายการ ลดหย่อนภาษี หลากหลายประเภท ทั้งในส่วนของบุคคล ครอบครัว การออม การลงทุน การบริจาค และมาตรการพิเศษจากภาครัฐ มาดูกันแบบละเอียดว่ามีอะไรบ้าง

1. ค่าลดหย่อนภาษีส่วนตัวและครอบครัว

ค่าลดหย่อนในส่วนนี้ถือเป็น “สิทธิพื้นฐาน” ที่ผู้มีเงินได้ทุกคนสามารถใช้ได้ โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • ค่าลดหย่อนส่วนตัว: ลดหย่อนได้ 60,000 บาทต่อปี สำหรับผู้มีเงินได้ทุกคน

  • ค่าลดหย่อนคู่สมรส: ลดหย่อนได้ 60,000 บาท กรณีคู่สมรสไม่มีรายได้

  • ค่าลดหย่อนบุตร: ลดหย่อนได้คนละ 30,000–60,000 บาท โดยมีเงื่อนไขดังนี้

    • ต้องเป็นบุตรตามกฎหมายหรือบุตรบุญธรรม และมีอายุไม่เกิน 20 ปี หรืออายุ 20–25 ปีแต่ยังศึกษาอยู่

    • บุตรอายุเกิน 25 ปีแต่เป็นบุคคลไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ ยังสามารถใช้สิทธิ์ได้

    • บุตรคนที่ 2 ขึ้นไป (เกิดตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นไป) ลดหย่อนได้คนละ 60,000 บาท

    • กรณีมีเฉพาะบุตรตามกฎหมาย ลดหย่อนได้ตามจำนวนบุตรจริง

    • กรณีมีเฉพาะบุตรบุญธรรม ลดหย่อนได้คนละ 30,000 บาท สูงสุด 3 คน

    • หากมีทั้งบุตรตามกฎหมายและบุตรบุญธรรม ต้องใช้สิทธิบุตรตามกฎหมายก่อน

      • ถ้าบุตรบุญธรรมเป็นคนที่ 4 จะไม่ได้สิทธิ์

      • แต่ถ้าอยู่ในลำดับที่ 1–3 ยังสามารถใช้สิทธิ์ได้

  • ค่าฝากครรภ์และคลอดบุตร: ลดหย่อนได้ตามจริงไม่เกิน 60,000 บาท

  • ค่าเลี้ยงดูบิดามารดา: ผู้มีอายุมากกว่า 60 ปี และมีรายได้ต่อปีไม่เกิน 30,000 บาท

    • ลดหย่อนได้คนละ 30,000 บาท

    • รวมถึงบิดามารดาของคู่สมรสด้วย

  • ค่าเลี้ยงดูคนพิการหรือทุพพลภาพ: ลดหย่อนได้คนละ 60,000 บาท หากมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี

2. ค่าลดหย่อนภาษีกลุ่มประกัน เงินออม และการลงทุน

นอกจากสิทธิ์พื้นฐานแล้ว ยังมีรายการลดหย่อนที่เกี่ยวกับการวางแผนการเงินระยะยาว ซึ่งให้ประโยชน์ทั้งด้านการออมและลดภาษี

  • เงินประกันสังคม: ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง ไม่เกิน 9,000 บาท

  • เบี้ยประกันชีวิตและประกันแบบสะสมทรัพย์:

    • ต้องมีความคุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป

    • ของตนเอง: รวมทุกกรมธรรม์ไม่เกิน 100,000 บาท

    • ของคู่สมรส (ไม่มีรายได้): รวมทุกกรมธรรม์ไม่เกิน 10,000 บาท

  • เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ: ลดหย่อนได้ 15% ของเงินได้ ตามจริงสูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท

  • เบี้ยประกันสุขภาพ:

    • ของตนเอง: ตามจริงไม่เกิน 25,000 บาท

      • รวมกับเบี้ยประกันชีวิตและสะสมทรัพย์ต้องไม่เกิน 100,000 บาท

    • ของบิดามารดา (รายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี): ตามจริงไม่เกิน 15,000 บาท

  • เงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ: ลดหย่อนได้ 15% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 500,000 บาท (เมื่อรวมกับกองทุนเพื่อการเกษียณอื่น ๆ)

  • เงินสะสมกองทุน RMF: ลดหย่อนได้ 30% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 500,000 บาท (เมื่อรวมกับกองทุนเพื่อการเกษียณอื่น ๆ)

  • เงินสะสมกองทุน SSF: ลดหย่อนได้ 30% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 200,000 บาท (เมื่อรวมกับกองทุนเพื่อการเกษียณอื่น ๆ)

  • เงินลงทุนในธุรกิจ Social Enterprise (วิสาหกิจเพื่อสังคม): สำหรับผู้ที่ลงทุนตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นไป ลดหย่อนได้ตามจริง สูงสุด 100,000 บาท

  • กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG): ลดหย่อนได้ 30% ของเงินได้ ตามจริงสูงสุด 300,000 บาท

  • กองทุนบำเหน็จบำนาญราชการ (กบข.): ลดหย่อนได้ 30% ของเงินได้ สูงสุด 500,000 บาท

  • กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.): ลดหย่อนได้ตามจริง สูงสุด 30,000 บาทต่อปี

3. ค่าลดหย่อนภาษีกลุ่มเงินบริจาค

การบริจาคเพื่อสาธารณประโยชน์สามารถนำมาลดหย่อนได้ โดยมีหลักเกณฑ์ดังนี้

  • บริจาคเพื่อการศึกษา กีฬา สังคม หรือสถานพยาบาลของรัฐ: ลดหย่อนได้ถึง 2 เท่าของจำนวนเงินที่บริจาค (แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าลดหย่อนทั้งหมด)

  • บริจาคทั่วไป: ลดหย่อนได้ตามจริงแต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้สุทธิ

  • บริจาคให้พรรคการเมือง: ลดหย่อนได้ตามจริง สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท

4. ค่าลดหย่อนกลุ่มกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ

รัฐบาลยังคงมีมาตรการพิเศษเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและการท่องเที่ยว ซึ่งสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้เช่นกัน

  • Easy e-Receipt: ลดหย่อนได้ไม่เกิน 50,000 บาท สำหรับการซื้อสินค้าและบริการที่มีใบกำกับภาษีหรือใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice/e-Receipt) ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 15 ก.พ. 2567

    สินค้าที่เข้าร่วม

    • สินค้าหรือบริการจากร้านค้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ลดหย่อนได้ไม่เกิน 30,000 บาท ในส่วนของร้านค้าที่ไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ลดหย่อนได้เฉพาะสินค้าและบริการต่อไปนี้

    • หนังสือ หนังสือพิมพ์ และนิตยสาร

    • หนังสือ หนังสือพิมพ์ และนิตยสารที่อยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต

    • สินค้าหรือบริการที่ลดหย่อนไม่เกิน 20,000 บาท

    • สินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ซึ่งลงทะเบียนกับกรมการพัฒนาชุมชนแล้ว

    • สินค้าหรือรับบริการจากวิสาหกิจชุมชนที่จดทะเบียนต่อกรมส่งเสริมการเกษตร

    • สินค้าหรือรับบริการจากวิสาหกิจเพื่อสังคมที่จดทะเบียนต่อสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม

    • ทั้งนี้เมื่อรวมมูลค่าซื้อสินค้าและบริการตามข้อ 1 และข้อ 2 ลดหย่อนรวมกันไม่เกิน 50,000 บา

สินค้าที่ไม่เข้าร่วม 

  • ค่าซื้อสุรา เบียร์ และไวน์

  • ค่าซื้อยาสูบ

  • ค่าซื้อน้ำมัน ค่าซื้อก๊าซ และค่าบริการอัดประจุไฟฟ้าสำหรับเติมยานพาหนะ

  • ค่าซื้อรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ และค่าซื้อเรือ

  • ค่าสาธารณูปโภค ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ค่าบริการสัญญาณโทรศัพท์ ค่าบริการสัญญาณอินเทอร์เน็ต

  • ค่าบริการที่มีข้อตกลงการให้บริการและผู้รับบริการสามารถใช้บริการดังกล่าวนอกเหนือจากระยะเวลาของมาตรการ

  • ค่าเบี้ยประกันวินาศภัย

  • ค่าบริการจัดนำเที่ยวที่จ่ายให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว และค่าที่พักโรงแรม ค่าที่พักโฮมสเตย์ไทย หรือค่าที่พักในสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม

ต้องซื้อสินค้าหรือบริการช่วงไหน ถึงลดหย่อนภาษีได้

  • ลดหย่อนภาษีปี 2567 (ยื่นปี 2568) ซื้อสินค้าหรือบริการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 - 15 กุมภาพันธ์ 2567

  • ลดหย่อนภาษีปี 2568 (ยื่นปี 2569) ซื้อสินค้าหรือบริการตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2568 - 28 กุมภาพันธ์ 2568

  • ค่าลดหย่อนเที่ยวเมืองรอง: ลดหย่อนได้ไม่เกิน 15,000 บาท สำหรับจังหวัดรอง 55 จังหวัด ระหว่างวันที่ 1 พ.ค. – 30 พ.ย. 2567

  • ดอกเบี้ยกู้ยืมเพื่อซื้อหรือสร้างที่อยู่อาศัย: ลดหย่อนได้ตามจริง สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท

  • ค่าสร้างบ้านใหม่ (ปี 2567–2568): ลดหย่อนได้ 10,000 บาทต่อค่าก่อสร้างจริงทุกหนึ่งล้านบาท รวมแล้วไม่เกิน 100,000 บาท (สำหรับสัญญาจ้างที่เริ่มตั้งแต่ 9 เม.ย. 2567 – 31 ธ.ค. 2568)

        

    

LINEALBUMc-642511043    

วิธีคำนวณภาษีและค่า ลดหย่อนภาษี

อยากรู้ไหมว่าภาษีที่เราจ่ายทุกปีคิดยังไง? หลักการคำนวณภาษีไม่ยากอย่างที่คิด แค่เริ่มจากการรู้รายได้สุทธิ หัก ลดหย่อนภาษี และใช้ สิทธิ์ลดหย่อนภาษี ให้ครบถ้วน ก็สามารถคำนวณภาษีได้ถูกต้องตามขั้นบันไดที่กรมสรรพากรกำหนด หัวข้อนี้จะพาคุณเข้าใจวิธีคำนวณภาษีอย่างง่าย พร้อมเคล็ดลับวางแผนใช้สิทธิ์ให้คุ้ม ลดภาระภาษีได้จริงก่อนยื่นแบบประจำปี 2568

การคำนวณภาษีสำหรับบุคคลธรรมดามี “สองรูปแบบ” ขึ้นอยู่กับประเภทของรายได้ที่คุณมี:

  1. แบบเหมาจ่าย — ใช้กับผู้ที่มีรายได้จากแหล่งอื่นนอกเหนือจากเงินเดือน เช่น งานฟรีแลนซ์ ค่าลิขสิทธิ์ ค่าเช่า เป็นต้น และรวมแล้วมากกว่า 1,000,000 บาท โดยจะคิดภาษี 0.5% ของรายได้ทั้งหมดที่ไม่ใช่เงินเดือน

  2. แบบขั้นบันได — ใช้กับผู้ที่มีเงินได้จากเงินเดือนเป็นหลัก หรือรายได้รวมไม่ถึงเกณฑ์ ซึ่งจะนำ “เงินได้สุทธิ”
    (รายได้ทั้งหมด – ค่าใช้จ่าย – ลดหย่อนภาษี) มาคำนวณตามอัตราภาษีที่กำหนดเป็นขั้น ๆ

ขั้นตอน การคำนวณภาษีแบบขั้นบันได

ขั้นที่ 1 : สรุปรายได้ทั้งปีของคุณ
รวบรวมรายได้ทุกประเภทที่ได้รับในช่วงปีภาษี เช่น เงินเดือน โบนัส ค่าจ้าง งานฟรีแลนซ์ ค่าเช่า ฯลฯ

ขั้นที่ 2 : เช็กรายการลดหย่อนภาษีที่คุณมี
หลังจากได้รายได้รวมแล้ว ให้รวบรวมสิทธิ์ลดหย่อนภาษีทั้งหมดของคุณ เช่น ค่าลดหย่อนส่วนตัว ค่าลดหย่อนบุตร ค่าประกันต่างๆ เป็นต้น เพื่อหักลบกับรายได้รวม

ขั้นที่ 3 : คำนวณเงินได้สุทธิ
ใช้สูตร: เงินได้ทั้งปี – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน = เงินได้สุทธิ
สำหรับผู้มีเงินได้จากเงินเดือน สามารถหักค่าใช้จ่ายได้ 50% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 100,000 บาท 

ขั้นที่ 4 : เช็กว่าเงินได้สุทธิของคุณอยู่ใน “ขั้น” อัตราภาษีใด
เมื่อได้เงินได้สุทธิแล้ว นำไปเทียบกับตารางอัตราภาษีแบบขั้นบันได (ปี 2568) เพื่อดูว่าอัตราที่ต้องเสียคือเท่าไร. 

ขั้นที่ 5 : คำนวณภาษีที่ต้องจ่าย
นำเงินได้สุทธิไปคำนวณภาษีตามอัตราของแต่ละขั้น เช่น เงินได้สุทธิอยู่ที่ 431,000 บาท อาจคำนวณได้ว่าเสียภาษีประมาณ 20,600 บาท

ตัวอย่างการคำนวณ

นาย A มีเงินเดือน 50,000 บาท/เดือน หรือ 600,000 บาท/ปี มีค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท และประกันสังคม 9,000 บาท

  • เงินได้ทั้งปี = 600,000 บาท

  • ค่าใช้จ่าย = 100,000 บาท (50% ของ 600,000 แต่จำกัดไม่เกิน 100,000)

  • หักค่าลดหย่อน = 60,000 + 9,000 = 69,000 บาท

  • เงินได้สุทธิ = 600,000 – 100,000 – 69,000 = 431,000 บาท

  • ภาษีที่ต้องจ่าย = 7,500 บาท (สำหรับช่วง 150,001-300,000 บาท) + 13,100 บาท (สำหรับช่วง 300,001-431,000 บาท) = รวม 20,600 บาท

        

  

LINEALBUMc-642511042

    

เอกสารสำหรับการ ลดหย่อนภาษี

เวลายื่นภาษี หลายคนอาจคิดว่าแค่กรอกตัวเลขรายได้ก็พอ แต่จริง ๆ แล้ว เอกสาร ลดหย่อนภาษี คือหัวใจสำคัญที่ช่วยให้คุณใช้ สิทธิ์ลดหย่อนภาษี ได้ครบถ้วนและถูกต้องที่สุด เพราะทุกสิทธิ์ต้องมี “หลักฐานยืนยัน” เพื่อใช้ประกอบการยื่นแบบ หากเอกสารไม่ครบ หรือแนบผิดประเภท อาจทำให้สิทธินั้นไม่ถูกนับลดหย่อนในภาษีของคุณได้

โดยทั่วไป เอกสารลดหย่อนภาษีที่ควรเตรียมจะแบ่งออกเป็น 4 หมวดหลัก ได้แก่

1. เอกสารลดหย่อนภาษีส่วนตัวและครอบครัว

  • สำเนาบัตรประชาชนของตนเองและคู่สมรส

  • สูติบัตรของบุตร หรือใบรับรองบุตรบุญธรรม

  • ใบรับรองแพทย์หรือใบเสร็จค่าฝากครรภ์และคลอดบุตร

  • สำเนาบัตรประชาชนบิดามารดา พร้อมเอกสารยืนยันรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี

  • ใบรับรองคนพิการหรือคนทุพพลภาพ สำหรับกรณีเลี้ยงดู

2. เอกสารลดหย่อนภาษีกลุ่มประกัน เงินออม และการลงทุน

  • ใบเสร็จรับเงินหรือหนังสือรับรองเบี้ยประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และประกันบำนาญ

  • ใบรับรองการชำระเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, RMF, SSF, กบข. หรือ กอช.

  • เอกสารแสดงยอดลงทุนในกองทุน Thai ESG หรือวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise)

  • หนังสือรับรองการจ่ายเงินสมทบประกันสังคม

3. เอกสารลดหย่อนภาษีกลุ่มเงินบริจาค

  • ใบเสร็จรับเงินจากการบริจาคให้หน่วยงานรัฐ สถานศึกษา โรงพยาบาล หรือองค์กรการกุศล

  • ใบเสร็จบริจาคให้พรรคการเมือง (ลดหย่อนได้สูงสุด 10,000 บาท)

  • ในกรณีบริจาคผ่านระบบ e-Donation สามารถใช้ข้อมูลจากระบบของกรมสรรพากรแทนใบเสร็จได้

4. เอกสารลดหย่อนกลุ่มมาตรการภาครัฐ

  • ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) หรือ e-Receipt สำหรับโครงการ Easy e-Receipt

  • ใบเสร็จค่าใช้จ่ายท่องเที่ยวในจังหวัดรอง 55 จังหวัด

  • ใบเสร็จหรือหนังสือรับรองดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อบ้าน / คอนโด / อาคาร

  • สัญญาว่าจ้างและใบเสร็จค่าก่อสร้าง สำหรับกรณีใช้สิทธิลดหย่อนสร้างบ้านใหม่

    

    

LINEALBUMc-642511041

  

WAY ACCOUNTING รับบริการ ยื่นภาษีแบบครบวงจร

การยื่นภาษีไม่เพียงเป็น “หน้าที่ตามกฎหมาย” แต่ยังเป็น “โอกาสสำคัญ” สำหรับผู้ประกอบการและบุคคลทั่วไปที่ต้องการเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างถูกต้อง เพราะนอกจากจะช่วยให้คุณสามารถเข้าร่วม โครงการภาครัฐต่าง ๆ เช่น “คนละครึ่งพลัส” หรือโครงการสนับสนุนอื่น ๆ ได้แล้ว ยังช่วยสร้าง ความน่าเชื่อถือทางการเงิน ใช้เป็นหลักฐานประกอบการขอสินเชื่อ และยืนยันความมั่นคงทางธุรกิจได้อย่างมั่นใจ

WAY ACCOUNTING ดูแลทุกขั้นตอนด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและภาษีที่มีประสบการณ์ยาวนาน ช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่า การยื่นภาษีของคุณจะถูกต้อง ตรงเวลา และสอดคล้องกับข้อกำหนดของกรมสรรพากรทุกประการ พร้อมให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์ในการวางแผนภาษี เพื่อช่วยให้ธุรกิจของคุณ ประหยัดภาษีได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ครอบคลุมทุกขั้นตอน ผ่านแพ็กเกจบริการที่ออกแบบมาให้เหมาะกับทุกขนาดธุรกิจ

บริการรายเดือน

  • จัดทำและนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.1, ภ.ง.ด.3, ภ.ง.ด.53, ภ.ง.ด.54, ภ.พ.36)

  • จัดทำแบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30) และนำส่งภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป

  • กรอกและยื่นแบบประกันสังคม ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป

บริการปิดงบบัญชี

  • จัดทำงบการเงิน งบกำไรขาดทุน / งบดุล รายเดือน

  • จัดทำรายงานสินค้าคงเหลือ พร้อมวางแผนบัญชีเพื่อผลด้านภาษีที่ถูกต้อง

  • ให้คำปรึกษาและแก้ไขปัญหาภาษี กรณีถูกประเมินย้อนหลังจากกรมสรรพากร

บริการรายปี / สิ้นปี

  • จัดทำงบแยกประเภทรายปี งบทดลอง และปิดงบสิ้นปี

  • จัดทำและนำส่งภาษีเงินได้นิติบุคคลกลางปี (ภ.ง.ด.51) และสิ้นปี (ภ.ง.ด.50)

  • ยื่นแบบ สบช.3 และ บอจ.5 ต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

  • จัดทำภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสิ้นปี (ภ.ง.ด.91)

WAY ACCOUNTING เป็นสำนักงานบัญชี ที่ให้บริการจัดทำบัญชี และภาษีแบบครบวงจร จากผลงานที่ผ่านมา เราได้รับการยอมรับ และการไว้วางใจจากลูกค้าจำนวนมาก จนปัจจุบันเรามีลูกค้าที่ใช้บริการมากกว่า 500 บริษัท แต่นอกจากบริการจัดทำบัญชีและภาษี เรายังมีบริการจดทะเบียนบริษัท เพื่อเริ่มต้นทำธุรกิจ ให้คำปรึกษา เปิดคอร์สเรียนด้านบัญชีภาษี การขอใบอนุญาตต่างๆ และด้วยการให้บริการที่ถูกต้องตามมาตรฐาน ตรวจสอบได้ มุ่งเน้นถึงความสำคัญของลูกค้า ทำให้ Way Accounting กลายเป็นสำนักงานบัญชีที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย

 

Call : 0983626426
Line : @wayaccount
Facebook : Way Accounting