การจดทะเบียนเพิ่มทุนคืออะไร? รวมทุกเรื่องที่ต้องรู้ก่อนยื่นจดทะเบียนต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

การจดทะเบียนเพิ่มทุนคืออะไร? รวมทุกเรื่องที่ต้องรู้ก่อนยื่นจดทะเบียนต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
บางครั้งโอกาสทางธุรกิจก็มาถึงเร็วกว่าที่วางแผนไว้ ไม่ว่าจะเป็นการขยายสาขา ลงทุนในโพรเจกต์ใหม่ หรือรับพันธมิตรเข้ามาร่วมธุรกิจ ซึ่งสิ่งหนึ่งที่หลายบริษัทต้องพิจารณาควบคู่กันคือการเพิ่มเงินทุนให้เพียงพอต่อการเติบโต และนั่นคือเหตุผลที่การจดทะเบียนเพิ่มทุนกลายเป็นเรื่องสำคัญสำหรับหลายกิจการ แต่ก่อนจะยื่นจดทะเบียนเพิ่มทุนต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยังมีรายละเอียดที่ผู้ประกอบการควรทำความเข้าใจ ทั้งเงื่อนไข ขั้นตอน และเอกสารที่เกี่ยวข้อง เพราะการเตรียมความพร้อมที่ดีตั้งแต่ต้น อาจช่วยให้การดำเนินการเป็นไปอย่างรวดเร็วและลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นภายหลังได้ เมื่อธุรกิจดำเนินมาได้ระยะหนึ่ง ผู้ประกอบการมักเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญ นั่นคือ เงินทุนที่มีอยู่เริ่มไม่เพียงพอต่อการเติบโต การจดทะเบียนเพิ่มทุน จึงเป็นหนึ่งในเครื่องมือทางธุรกิจที่เจ้าของกิจการควรทำความเข้าใจอย่างละเอียด ความหมายของการจดทะเบียนเพิ่มทุน ก่อนจะเข้าใจการจดทะเบียนเพิ่มทุน ต้องรู้จัก "ทุนจดทะเบียน" ก่อน ทุนจดทะเบียน คือ มูลค่าที่บริษัทกำหนดขึ้นเพื่อแจ้งต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งสามารถมาจากเงินสด ทรัพย์สิน หรือแรงงานที่ตีราคาเป็นตัวเลขเงินบาทได้ โดยทำหน้าที่แสดงให้เห็นว่ากิจการมีเงินทุนหมุนเวียนภายในจำนวนเท่าใด ส่วน การจดทะเบียนเพิ่มทุน หมายถึง กระบวนการที่บริษัทดำเนินการเพื่อขยายจำนวนทุนจดทะเบียนให้สูงขึ้นกว่าเดิม โดยการเพิ่มทุนของบริษัทจะกระทำได้ผ่านการออกหุ้นใหม่ ซึ่งต้องได้รับมติพิเศษจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น และต้องยื่นจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) อย่างถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากนี้ ยังควรทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่างทุนจดทะเบียน ซึ่งเป็นจำนวนเงินสูงสุดที่บริษัทสามารถออกหุ้นได้ตามที่ระบุในหนังสือบริคณห์สนธิกับ ทุนที่ชำระแล้ว ซึ่งเป็นเงินทุนที่ผู้ถือหุ้นนำมาชำระให้บริษัทจริง โดยทุนที่ชำระแล้วจะปรากฏอยู่ในงบการเงินของบริษัท ประเภทของการเพิ่มทุน การเพิ่มทุนสามารถแบ่งออกได้ตามลักษณะการเสนอขายหุ้นใหม่ ดังนี้ 1. การเพิ่มทุนโดยเสนอขายให้ผู้ถือหุ้นเดิม 2. การเพิ่มทุนโดยเสนอขายให้ผู้ถือหุ้นทั่วไปอย่างเท่าเทียมกัน 3. การเพิ่มทุนโดยเสนอขายให้บุคคลในวงจำกัด 4. การเพิ่มทุนโดยการปรับมูลค่าหุ้น 5. การเพิ่มทุนเพื่อเข้าตลาดหลักทรัพย์ (IPO) เป็นการออกหุ้นเพิ่มทุนเพื่อเสนอขายให้ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก ก่อนนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อระดมเงินทุนสำหรับขยายกิจการ ชำระหนี้ หรือลงทุนในโครงการใหม่ โดยบริษัทต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของ ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยก่อนดำเนินการเสนอขายหุ้น
การจดทะเบียนเพิ่มทุน คืออะไร?
เป็นการออกหุ้นใหม่และให้สิทธิ์แก่ผู้ถือหุ้นปัจจุบันในการซื้อหุ้นก่อน ตามสัดส่วนการถือหุ้นที่มีอยู่ เพื่อรักษาสัดส่วนความเป็นเจ้าของเดิม
การเสนอขายหุ้นแบบ PPO หมายถึง การเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ในลักษณะทั่วไป โดยกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ซื้อต้องเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัท และจำนวนที่จองซื้อต้องไม่เกินสัดส่วนการถือหุ้น โดยเป็นมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นให้เสนอขายแก่ผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมกัน
การเสนอขายแบบ Private Placement คือการเสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนเฉพาะเจาะจงไม่เกิน 50 รายในรอบ 12 เดือน หรือมูลค่าเสนอขายไม่เกิน 20 ล้านบาทในรอบ 12 เดือน
ทุนจดทะเบียนสามารถเปลี่ยนแปลงได้ภายหลังด้วยการเพิ่มทุน เช่น การออกจำนวนหุ้นเพิ่มขึ้น หรือการปรับมูลค่าหุ้นให้สูงขึ้น

5 เหตุผลยอดฮิตที่บริษัทต้องจดทะเบียนเพิ่มทุน
ในยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจเข้มข้นขึ้นทุกวัน หลายบริษัทในไทยต่างหันมาให้ความสนใจกับการจดทะเบียนเพิ่มทุนกันมากขึ้น ทั้งกิจการที่กำลังขยายตัว ไปจนถึงบริษัทที่ต้องการดึงนักลงทุนรายใหม่เข้ามาร่วมธุรกิจ แต่รู้หรือไม่ว่าเบื้องหลังการตัดสินใจครั้งนี้มีเหตุผลที่หลากหลายกว่าที่คิด และบางข้อก็อาจเป็นสิ่งที่เจ้าของกิจการหลายคนไม่เคยนึกถึงมาก่อน มาดูกันว่า 5 เหตุผลยอดฮิตที่บริษัทส่วนใหญ่เลือกใช้วิธีนี้มีอะไรบ้าง
1. ต้องการขยายกิจการโดยไม่พึ่งเงินกู้
เมื่อธุรกิจเริ่มเห็นทิศทางการเติบโตที่ชัดเจน แต่ทรัพยากรยังไม่เพียงพอ ไม่ว่าจะเป็นจำนวนพนักงานหรือกำลังการผลิต การจดทะเบียนเพิ่มทุนจากผู้ถือหุ้นเดิมจึงเป็นทางออกที่น่าสนใจ เมื่อเทียบกับการกู้เงินธนาคารที่มีภาระดอกเบี้ยต้องจ่ายทุกเดือน
2. เปิดประตูรับพาร์ทเนอร์หรือนักลงทุนรายใหม่
สำหรับบริษัทที่ต้องการขยายตัวต่อ แต่การเติบโตจำเป็นต้องอาศัย Connections หรือ Know-How จากบุคคลภายนอก การจดทะเบียนเพิ่มทุนและเชิญพาร์ทเนอร์เข้ามาร่วมเป็นผู้ถือหุ้นจึงเป็นอีกทางเลือกที่เหมาะสม และเมื่อนักลงทุนรายใหม่เข้ามาร่วม ความเสี่ยงทางธุรกิจจะถูกแบ่งเบาและลดภาระของเจ้าของเดิม ในขณะที่บริษัทได้รับทั้งเงินทุนและเครือข่ายธุรกิจเพิ่มขึ้นในคราวเดียว
3. เสริมความน่าเชื่อถือในสายตาคู่ค้าและสถาบันการเงิน
แม้การเพิ่มทุนจดทะเบียนจะดูเหมือนเป็นเพียงเรื่องของเอกสาร แต่ความจริงแล้วมันสะท้อนถึง "ศักยภาพและภาพลักษณ์ทางธุรกิจ" ที่คู่ค้าและสถาบันการเงินมองเห็นได้ชัดเจน โดยเฉพาะในธุรกิจที่ต้องผ่านการคัดเลือกหรือประมูลงานกับองค์กรขนาดใหญ่ ซึ่งมักใช้ตัวเลขทุนจดทะเบียนเป็นหนึ่งในเกณฑ์พิจารณาคู่ค้า
4. แก้ปัญหาขาดสภาพคล่องจากการขาดทุนสะสม
บางบริษัทตัดสินใจเพิ่มทุนไม่ใช่เพราะต้องการขยายธุรกิจ แต่เพราะกิจการกำลังขาดสภาพคล่องเนื่องจากการขาดทุนสะสมต่อเนื่อง จนทำให้ไม่มีเงินสดเพียงพอสำหรับจ่ายค่าแรงพนักงานหรือจ่ายค่าสินค้าให้ซัพพลายเออร์ การระดมทุนจากผู้ถือหุ้นจึงช่วยพยุงธุรกิจในช่วงวิกฤตได้โดยไม่ต้องแบกรับภาระหนี้สินเพิ่มเติม
5. เตรียมโครงสร้างทุนรองรับการเติบโตในระดับถัดไป
บริษัทที่มีทุนจดทะเบียนสูงมักเป็นที่น่าเชื่อถือของลูกค้า นักลงทุน และสถาบันการเงิน ช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพิ่มเติม อีกทั้งการเพิ่มทุนและการมีโครงสร้างผู้ถือหุ้นที่ชัดเจน ยังเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับบริษัทที่ต้องการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในอนาคตอีกด้วย

เงื่อนไขก่อนจดทะเบียนเพิ่มทุน
ก่อนที่บริษัทจะก้าวเข้าสู่กระบวนการจดทะเบียนเพิ่มทุน มีเงื่อนไขสำคัญที่กฎหมายกำหนดไว้ชัดเจน และหากดำเนินการผิดพลาดเพียงขั้นตอนเดียว คำขออาจถูกตีกลับทันที ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น สิทธิ์การซื้อหุ้นใหม่ ไปจนถึงกฎเกณฑ์ที่อัปเดตใหม่ในปี 2567 สำหรับบริษัทที่มีทุนเกิน 5 ล้านบาท ซึ่งหลายธุรกิจยังไม่ทราบ หัวข้อนี้สรุปทุกหลักเกณฑ์ที่ต้องรู้ไว้ในที่เดียว เพื่อให้คุณวางแผนได้อย่างถูกต้องและมั่นใจตั้งแต่ก้าวแรก
1. หลักเกณฑ์ด้านมติที่ประชุม
เงื่อนไขตามกฎหมาย
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1220 บัญญัติไว้ว่า บริษัทจำกัดสามารถเพิ่มทุนได้ด้วยการออกหุ้นใหม่ โดยต้องผ่านมติพิเศษของที่ประชุมผู้ถือหุ้นเท่านั้นเกณฑ์คะแนนเสียงที่กำหนด
ในการลงมติให้จดทะเบียนเพิ่มทุน รวมทั้งแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 5 เรื่องทุน ที่ประชุมต้องมีมติด้วยคะแนนเสียงข้างมากไม่ต่ำกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนการแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ
การแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 5 เรื่องทุน ให้สอดคล้องกับทุนที่เพิ่มขึ้นนั้น สามารถอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นในคราวเดียวกับการประชุมมติพิเศษเพิ่มทุนได้เลย
2. หลักเกณฑ์ด้านการออกหุ้นใหม่
มูลค่าหุ้นที่ต้องออก
การเพิ่มทุนต้องออกหุ้นใหม่ในมูลค่าหุ้นที่จดทะเบียนไว้เดิมเท่านั้น หากต้องการเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้น จะต้องดำเนินการแปลงมูลค่าหุ้นก่อนเป็นลำดับแรกข้อจำกัดเรื่องผู้ซื้อหุ้นใหม่
หุ้นที่ออกใหม่จะขายให้แก่บุคคลภายนอกไม่ได้ โดยต้องเสนอขายให้กับผู้ถือหุ้นเดิมก่อนตามสัดส่วน และหากพ้นกำหนดแล้วผู้ถือหุ้นไม่ตอบรับหรือปฏิเสธการซื้อ บริษัทสามารถขายหุ้นนั้นให้ผู้ถือหุ้นคนอื่น หรือให้กรรมการรับซื้อไว้เองก็ได้การชำระค่าหุ้นด้วยทรัพย์สิน
บริษัทจำกัดจะออกหุ้นใหม่โดยถือว่าชำระเต็มค่าแล้ว หรือชำระบางส่วนด้วยสิ่งอื่นนอกจากตัวเงินไม่ได้ เว้นแต่จะได้รับมติพิเศษจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น และต้องระบุรายละเอียดของสิ่งที่นำมาชำระค่าหุ้นให้ชัดเจนด้วย
3. หลักเกณฑ์ด้านระยะเวลาการจดทะเบียน
กรณีขายหุ้นทั้งหมดในคราวเดียว
กรณีขายหุ้นออกใหม่ทั้งหมดในคราวเดียวกัน ให้ยื่นจดทะเบียนมติพิเศษให้เพิ่มทุน จดทะเบียนเพิ่มทุน และแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 5 พร้อมกันระยะเวลาบังคับตามกฎหมาย
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1228 มติพิเศษที่อนุญาตให้เพิ่มทุน บริษัทต้องนำไปจดทะเบียนภายใน 14 วันนับแต่วันที่มีมติพิเศษ หากไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด อาจถือว่าไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดไว้
4. หลักเกณฑ์พิเศษ กรณีทุนเกิน 5 ล้านบาท (อัปเดตปี 2567)
ตามคำสั่งสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง ที่ 1/2567 ลงวันที่ 23 พฤษภาคม 2567 กำหนดให้การจดทะเบียนเพิ่มทุนของบริษัทจำกัดที่มีทุนจดทะเบียนเดิมรวมกับทุนที่เพิ่มใหม่เกิน 5,000,000 บาท ต้องจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมประกอบคำขอจดทะเบียนตามหลักเกณฑ์ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนด โดยคำสั่งดังกล่าว มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2567 เป็นต้นไป ซึ่งเป็นข้อกำหนดสำคัญที่ผู้ประกอบการควรตรวจสอบและเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนก่อนยื่นจดทะเบียนเพิ่มทุน

เอกสารที่ต้องเตรียมก่อนจดทะเบียนเพิ่มทุน
การจดทะเบียนเพิ่มทุนบริษัทจำกัด จำเป็นต้องจัดเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนตามที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนด เพื่อใช้ประกอบการยื่นคำขอจดทะเบียนและยืนยันว่าการเพิ่มทุนได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยเอกสารสำคัญสามารถแบ่งออกเป็นหมวดหมู่ได้ดังนี้
1. เอกสารคำขอจดทะเบียนเพิ่มทุน
เป็นเอกสารหลักที่ใช้ยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเพื่อดำเนินการจดทะเบียนเพิ่มทุนของบริษัท ประกอบด้วย
คำขอจดทะเบียนบริษัทจำกัด (แบบ บอจ.1)
แบบคำรับรองการจดทะเบียนบริษัทจำกัด
รายการจดทะเบียนเพิ่มทุน และ/หรือ มติพิเศษ (แบบ บอจ.4)
หนังสือบริคณห์สนธิฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พร้อมชำระอากรแสตมป์ตามที่กฎหมายกำหนด
2. เอกสารเกี่ยวกับการเพิ่มทุนและการชำระค่าหุ้น
เอกสารกลุ่มนี้ใช้ยืนยันว่าบริษัทได้ดำเนินการเพิ่มทุนและมีการรับชำระค่าหุ้นจากผู้ถือหุ้นแล้ว ประกอบด้วย
สำเนาหลักฐานการรับชำระค่าหุ้นเพิ่มทุนที่บริษัทออกให้แก่ผู้ถือหุ้น
เอกสารหรือหลักฐานทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการรับชำระค่าหุ้น (กรณีเจ้าหน้าที่ร้องขอเพิ่มเติม)
ทั้งนี้ บริษัทควรเก็บหลักฐานการรับชำระค่าหุ้นไว้ให้ครบถ้วน เพื่อใช้ตรวจสอบความถูกต้องของการเพิ่มทุนในภายหลัง
3. เอกสารเฉพาะกรณีพิเศษ
ในบางกรณี บริษัทอาจต้องจัดเตรียมเอกสารเพิ่มเติมตามลักษณะของการดำเนินการ ได้แก่
คำสั่งศาล กรณีบริษัทอยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ
หนังสือชี้แจงสภาพและบุริมสิทธิ์ของหุ้น กรณีมีการออกหุ้นบุริมสิทธิ์และยังไม่ได้กำหนดรายละเอียดไว้ในข้อบังคับของบริษัท
เนื่องจากเอกสารเหล่านี้ใช้เฉพาะบางกรณี ผู้ประกอบการควรตรวจสอบเงื่อนไขของบริษัทตนเองก่อนจัดเตรียมเอกสาร
4. เอกสารยืนยันตัวตนและการมอบอำนาจ
เอกสารในส่วนนี้ใช้สำหรับยืนยันตัวบุคคลของผู้ยื่นคำขอจดทะเบียน ประกอบด้วย
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของกรรมการที่ลงนามในคำขอจดทะเบียน
สำเนาหลักฐานการเป็นผู้รับรองลายมือชื่อ (ถ้ามี)
หนังสือมอบอำนาจ (กรณีมอบหมายให้ผู้อื่นดำเนินการแทน)
ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเอกสารทุกฉบับยังไม่หมดอายุ และมีการลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้องครบถ้วน
5. เอกสารเพิ่มเติมสำหรับบริษัทที่มีทุนเกิน 5 ล้านบาท
ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2567 เป็นต้นไป หากการจดทะเบียนเพิ่มทุนส่งผลให้ทุนจดทะเบียนของบริษัทเกิน 5,000,000 บาท จะต้องจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมตามคำสั่งสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง ที่ 1/2567 เพื่อประกอบการพิจารณาคำขอจดทะเบียน
ดังนั้น ก่อนดำเนินการเพิ่มทุน บริษัทควรตรวจสอบมูลค่าทุนจดทะเบียนภายหลังการเพิ่มทุน และเตรียมเอกสารเพิ่มเติมให้ครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนด
ข้อควรระวังก่อนยื่นจดทะเบียนเพิ่มทุน
สำเนาเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียนทุกฉบับต้องมีการรับรองสำเนาถูกต้องโดยผู้ขอจดทะเบียนอย่างน้อยหนึ่งคน ส่วนสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือเอกสารยืนยันตัวตนอื่น ๆ ควรได้รับการรับรองสำเนาถูกต้องจากเจ้าของเอกสารหรือผู้ขอจดทะเบียนตามหลักเกณฑ์ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนด เพื่อป้องกันการถูกตีกลับหรือขอเอกสารเพิ่มเติมในภายหลัง

จดทะเบียนเพิ่มทุนเอง vs จ้าง Way Accounting แบบไหนคุ้มกว่ากัน?
หลายคนคิดว่าการจดทะเบียนเพิ่มทุนเป็นแค่การกรอกเอกสารแล้วนำไปยื่น แต่ในความเป็นจริง หากเตรียมเอกสารไม่ครบ กรอกข้อมูลผิด หรือไม่เข้าใจเงื่อนไขทางกฎหมาย อาจทำให้เสียเวลาแก้ไขเอกสารหลายรอบ และกระทบต่อแผนธุรกิจที่วางไว้
จดทะเบียนเพิ่มทุนเอง เหมาะกับใคร ?
การดำเนินการด้วยตนเองเหมาะสำหรับผู้ประกอบการที่มีเวลาศึกษาเอกสารและขั้นตอนต่าง ๆ อย่างละเอียด รวมถึงสามารถติดตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง
ข้อดีคือช่วยประหยัดค่าบริการ แต่สิ่งที่ต้องแลกมาคือเวลา ความยุ่งยาก และความเสี่ยงจากข้อผิดพลาดที่อาจทำให้ต้องยื่นแก้ไขเอกสารเพิ่มเติม
จ้าง Way Accounting ดีกว่าอย่างไร?
แทนที่จะเสียเวลาศึกษาเอกสารทีละรายการ คุณสามารถให้ทีมงานผู้เชี่ยวชาญดูแลตั้งแต่ต้นจนจบ
✅ ตรวจสอบเอกสารก่อนยื่น
✅ ให้คำแนะนำเกี่ยวกับขั้นตอนและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
✅ ลดความเสี่ยงในการยื่นเอกสารไม่ครบหรือไม่ถูกต้อง
✅ ช่วยประหยัดเวลาในการดำเนินการ
ที่สำคัญ คุณสามารถนำเวลาไปโฟกัสกับการบริหารธุรกิจและการสร้างรายได้ แทนการเสียเวลาจัดการงานเอกสารด้วยตนเอง
แล้วแบบไหนคุ้มกว่ากัน?
หากคุณมีเวลาและมีความเข้าใจในขั้นตอนการจดทะเบียนเพิ่มทุน การดำเนินการเองอาจเป็นทางเลือกที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้
แต่หากคุณต้องการความสะดวก รวดเร็ว และต้องการลดความเสี่ยงจากข้อผิดพลาด การใช้บริการจาก Way Accounting มักคุ้มค่ากว่าค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่าย เพราะช่วยลดทั้งเวลา ความยุ่งยาก และโอกาสเกิดปัญหาในภายหลัง
Way Accounting พร้อมดูแลการจดทะเบียนเพิ่มทุนแบบครบวงจร ให้คำปรึกษา ตรวจสอบเอกสาร และดำเนินการตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง เพื่อให้ธุรกิจของคุณเดินหน้าต่อได้อย่างมั่นใจ
WAY ACCOUNTING เป็นสำนักงานบัญชี ที่ให้บริการจัดทำบัญชี และภาษีแบบครบวงจร จากผลงานที่ผ่านมา เราได้รับการยอมรับ และการไว้วางใจจากลูกค้าจำนวนมาก จนปัจจุบันเรามีลูกค้าที่ใช้บริการมากกว่า 1000 บริษัท แต่นอกจากบริการจัดทำบัญชีและภาษี เรายังมีบริการจดทะเบียนบริษัท เพื่อเริ่มต้นทำธุรกิจ ให้คำปรึกษา เปิดคอร์สเรียนด้านบัญชีภาษี การขอใบอนุญาตต่างๆ และด้วยการให้บริการที่ถูกต้องตามมาตรฐาน ตรวจสอบได้ มุ่งเน้นถึงความสำคัญของลูกค้า ทำให้ Way Accounting กลายเป็นสำนักงานบัญชีที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย
Call : 0983626426
Line : @wayaccount
Facebook : Way Accounting