logowayaccounting
  • 01
LINEALBUMc-172605049

   
      
LINEALBUMc-172605042
             

อยากมีบริษัทต้องทำยังไง? ขั้นตอนจดทะเบียนบริษัทครบจบในวันเดียว!

อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร? การจดทะเบียนบริษัท คือก้าวสำคัญที่เปลี่ยนไอเดียให้กลายเป็นธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมาย สร้างความน่าเชื่อถือ และต่อยอดโอกาสทางการเงินได้จริง หลายคนอาจคิดว่าขั้นตอนยุ่งยาก ใช้เวลาหลายวัน หรือเอกสารซับซ้อนเกินไป แต่ความจริงแล้ว หากเตรียมตัวถูกต้อง กระบวนการสามารถจัดการให้ครบจบได้ภายในวันเดียว โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าในปัจจุบัน

บทความนี้จะพาคุณมองภาพรวมว่า หาก “อยากมีบริษัท” ต้องเตรียมอะไรบ้าง ตั้งแต่แนวคิดเบื้องต้นไปจนถึงขั้นตอนสำคัญที่หลายคนมักพลาด พร้อมเปิดมุมมองว่าอะไรคือจุดที่ทำให้บางรายจดเร็วผ่านฉลุย ในขณะที่บางรายต้องแก้เอกสารหลายรอบ เราจะสปอยเพียงบางส่วนให้เห็นทิศทาง ก่อนพาคุณลงลึกในรายละเอียดสำคัญที่ช่วยให้การเริ่มต้นธุรกิจของคุณง่ายกว่าที่คิด  และอาจเร็วกว่าที่คุณเคยเข้าใจไว้มากทีเดียว

          
LINEALBUMc-172605041    

ประเภทของนิติบุคคล

การจดทะเบียนบริษัท เป็นจุดเริ่มต้นหนึ่งของการจัดตั้ง “นิติบุคคล” เพื่อทำธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ทำให้กิจการของคุณมีสถานะทางกฎหมายชัดเจนและรับผิดชอบจำกัดตามข้อกำหนดของกฎหมาย แต่เมื่อพูดถึง “ประเภทของนิติบุคคล” ในไทยนั้น มีหลายรูปแบบที่แตกต่างกันทั้งในแง่ของวัตถุประสงค์และโครงสร้าง ไม่ว่าจะเป็นบริษัทจำกัดที่หลายคนคุ้นเคย ห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือแม้แต่สมาคมและมูลนิธิ ทั้งหมดนี้ถูกกำหนดไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ทำให้ก่อนเลือกแบบใดแบบหนึ่งเพื่อดำเนินธุรกิจ คุณควรเห็นภาพรวมและความแตกต่างของแต่ละประเภทก่อนตั้งใจลงมือจริง ซึ่งบทความนี้จะพาคุณไล่เรียงแนวคิดที่ควรรู้ให้ชัดเจนยิ่งขึ้นในเนื้อหาต่อไป

ทะเบียนนิติบุคคล

การจดทะเบียนนิติบุคคลเป็นทางเลือกที่เหมาะกับกิจการที่มีผู้ร่วมลงทุนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป และต้องการแยกความรับผิดชอบระหว่าง “ธุรกิจ” ออกจาก “ตัวบุคคล” อย่างชัดเจน เพราะการดำเนินกิจการทั้งหมดจะกระทำในนามนิติบุคคล ไม่ใช่ในนามบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ส่งผลให้กิจการมีสถานะทางกฎหมายของตนเอง สามารถทำนิติกรรมสัญญา ถือครองทรัพย์สิน และเป็นคู่สัญญาในคดีความได้ ข้อดีสำคัญคือ อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลในปัจจุบันสูงสุดอยู่ที่ 20% ซึ่งในหลายกรณีอาจต่ำกว่าอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่เป็นอัตราก้าวหน้า อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการจะมีความเป็นระบบมากขึ้น ต้องจัดทำบัญชีและงบการเงินตามกฎหมาย และอาจต้องอาศัยการตัดสินใจร่วมกันของผู้ร่วมทุน ทำให้ขั้นตอนต่าง ๆ ซับซ้อนกว่าการทำธุรกิจในนามบุคคลธรรมดา

การจดทะเบียนนิติบุคคลสามารถแบ่งตามลักษณะความรับผิดชอบในหนี้สินออกเป็น 3 ประเภทหลัก ดังนี้

1. ห้างหุ้นส่วนสามัญ
ห้างหุ้นส่วนสามัญ คือกิจการที่มีผู้เป็นหุ้นส่วนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป จะจดทะเบียนหรือไม่จดทะเบียนก็ได้ หากไม่ได้จดทะเบียนจะยังไม่มีสถานะเป็นนิติบุคคลโดยสมบูรณ์ จุดสำคัญคือ หุ้นส่วนทุกคนต้องรับผิดชอบต่อหนี้สินของกิจการแบบไม่จำกัดจำนวน และรับผิดร่วมกันในฐานะลูกหนี้ร่วม แม้จะสามารถตกลงแบ่งผลกำไรตามสัดส่วนที่กำหนดกันเองได้ แต่หากกิจการขาดทุนหรือมีหนี้สิน หุ้นส่วนทุกคนต้องร่วมกันรับผิดชอบทั้งหมดด้วยทรัพย์สินส่วนตัว

2. ห้างหุ้นส่วนจำกัด
ห้างหุ้นส่วนจำกัด เป็นกิจการที่ต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย และมีผู้เป็นหุ้นส่วนอย่างน้อย 2 คน โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

  • หุ้นส่วนจำกัดความรับผิด รับผิดชอบหนี้สินไม่เกินจำนวนเงินที่ลงทุน และไม่มีสิทธิบริหารกิจการ

  • หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด มีอำนาจบริหารจัดการ และต้องรับผิดชอบหนี้สินของกิจการโดยไม่จำกัดจำนวน
    โครงสร้างลักษณะนี้ช่วยเปิดโอกาสให้มีผู้ลงทุนที่ไม่ต้องการบริหารงานโดยตรง แต่ต้องเข้าใจความแตกต่างด้านความเสี่ยงให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจ

3. บริษัทจำกัด
บริษัทจำกัด เป็นรูปแบบนิติบุคคลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในภาคธุรกิจไทย ผู้ถือหุ้นจะรับผิดชอบต่อหนี้สินของบริษัทไม่เกินจำนวนเงินค่าหุ้นที่ยังส่งไม่ครบ จึงช่วยจำกัดความเสี่ยงส่วนตัวได้อย่างมีนัยสำคัญ การบริหารงานดำเนินผ่านกรรมการบริษัทภายใต้ข้อบังคับและมติผู้ถือหุ้น ทำให้มีโครงสร้างชัดเจน โปร่งใส และสร้างความน่าเชื่อถือ เหมาะสำหรับกิจการที่ต้องการเติบโต ขยายการลงทุน หรือทำธุรกรรมกับองค์กรขนาดใหญ่ในระยะยาว

   
    
LINEALBUMc-172605048    

การจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิและจัดตั้งบริษัทจำกัด (ภายในวันเดียว)

การจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิและจัดตั้งบริษัทจำกัด เป็นขั้นตอนสำคัญของการจดทะเบียนบริษัท สำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปัจจุบันสามารถดำเนินการให้เสร็จภายในวันเดียวได้ หากเตรียมข้อมูลครบตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด แต่เบื้องหลังความรวดเร็วนั้นมีรายละเอียดที่ไม่ควรมองข้าม ซึ่งบทความนี้จะพาคุณเห็นภาพรวมแบบกระชับ ก่อนลงลึกในขั้นตอนสำคัญต่อไป

ขั้นตอนหลักของการจดทะเบียนบริษัท

1. จองชื่อบริษัท

ก่อนอื่นต้องตั้งชื่อบริษัทที่ไม่ซ้ำกับชื่อที่เคยจดทะเบียนไว้ก่อนแล้ว โดยสามารถระบุชื่อไว้ล่วงหน้าได้ 3 ชื่อ เพื่อให้สำนักงานพิจารณา และจะอนุมัติชื่อแรกที่ผ่านเกณฑ์ก่อน หากชื่อแรกซ้ำหรือไม่ผ่านจะพิจารณาชื่อถัดไป

ชื่อที่ตั้งควรหลีกเลี่ยงคำที่อาจทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นหน่วยงานของรัฐ เช่น ชื่อกรม ราชการ หรือชื่อที่เกี่ยวข้องกับราชวงศ์ โดยชื่อสุดท้ายต้องลงท้ายด้วยคำว่า “จำกัด” เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

2. ยื่นหนังสือบริคณห์สนธิ

หลังจากจองชื่อบริษัทแล้ว ผู้ก่อตั้งตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปต้องจัดทำ หนังสือบริคณห์สนธิ ซึ่งเป็นเอกสารหลักที่แสดงความต้องการจัดตั้งบริษัท และบรรจุข้อมูลสำคัญ เช่น

  • ที่อยู่ของบริษัท

  • วัตถุประสงค์

  • จำนวนหุ้นและมูลค่าหุ้น

  • รายชื่อผู้ก่อตั้ง

ต้องยื่นหนังสือนี้ภายใน 30 วัน หลังได้รับอนุมัติชื่อ หากยื่นล่าช้าจะต้องจองชื่อใหม่อีกครั้ง

3. การจัดประชุมจัดตั้งบริษัท

หลังจากหนังสือบริคณห์สนธิผ่านการยื่นแล้ว ต้อง

  1. จัดให้มีการจองซื้อหุ้นของบริษัทครบ

  2. นัดประชุมผู้จองหุ้นล่วงหน้า (อย่างน้อย 7 วันก่อนวันประชุม)

  3. ในการประชุม ต้องมีวาระสำคัญ เช่น

    • การตั้งข้อบังคับบริษัท

    • การเรียกชำระค่าหุ้น

    • การเลือกคณะกรรมการบริษัท

    • แต่งตั้งผู้สอบบัญชีรับอนุญาต

    • รับรองสัญญาที่ผู้ก่อตั้งทำไว้ก่อนการจดทะเบียน

    • การกำหนดหุ้นบุริมสิทธิ (ถ้ามี)

เมื่อประชุมเสร็จแล้ว ผู้เริ่มก่อการจะมอบหมายกิจการทั้งหมดให้คณะกรรมการบริษัทดำเนินการต่อไป

4. เรียกชำระค่าหุ้นและยื่นคำขอจดทะเบียนบริษัท

กรรมการที่ได้รับแต่งตั้งต้องเรียกเก็บค่าหุ้นจากผู้จองหุ้น ไม่น้อยกว่า 25% ของมูลค่าหุ้น ก่อนนำไปยื่นจดทะเบียน

หลังจากชำระค่าหุ้นครบแล้ว ให้จัดทำคำขอจดทะเบียนบริษัทและยื่นต่อนายทะเบียนภายใน 3 เดือน หลังจากประชุมจัดตั้ง หากเกินเวลาที่กำหนด การประชุมจัดตั้งจะเป็นโมฆะ และต้องจัดประชุมใหม่อีกครั้ง

ช่องทางการจดทะเบียน

ในปัจจุบันกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) อำนวยความสะดวกผ่าน 2 ช่องทางหลัก:

ช่องทางที่ 1: Walk-in (ยื่น ณ จุดบริการ)

  • ต้องพิมพ์แบบฟอร์มด้วยเครื่องพิมพ์ดีดหรือคอมพิวเตอร์เท่านั้น

  • ผู้ขอจดทะเบียนต้องลงลายมือชื่อต่อหน้านายทะเบียน หรือบุคคลที่กฎหมายกำหนด (เช่น พนักงานฝ่ายปกครอง, ทนายความ หรือผู้สอบบัญชีรับอนุญาต)

  • ยื่นได้ที่จุดบริการของกระทรวงพาณิชย์ทั้ง 87 แห่งทั่วประเทศ

ช่องทางที่ 2: e-Registration (จดทะเบียนออนไลน์)

เป็นวิธีที่สะดวกที่สุด แบ่งเป็นขั้นตอนดังนี้:

  1. ลงทะเบียนใช้งาน: ผ่านเว็บไซต์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า DBD 

  2. ยืนยันตัวตน: ทำได้ 4 วิธี เช่น ยืนยันด้วยตนเอง, มอบอำนาจ, ผ่านระบบ e-KYC หรือใช้ Thai Digital ID

  3. ยื่นคำขอและลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์: เมื่อนายทะเบียนตรวจสอบผ่าน จะได้รับแจ้งยืนยันทาง e-mail

  4. ชำระค่าธรรมเนียม: ผ่านบัตรเครดิต, Internet Banking หรือ ATM ของธนาคารที่ร่วมรายการ

  5. รับเอกสาร: สามารถรับใบสำคัญการจดทะเบียนทางไปรษณีย์ (EMS) หรือดาวน์โหลดไฟล์อิเล็กทรอนิกส์

    
    
LINEALBUMc-172605046
     

เตรียมข้อมูลก่อนเริ่มจดทะเบียนบริษัท

การจดทะเบียนบริษัทอาจดูเป็นเรื่องยุ่งยากสำหรับผู้เริ่มต้น แต่ความจริงแล้ว หากเตรียมข้อมูลให้ครบและถูกต้องตั้งแต่แรก ขั้นตอนต่าง ๆ จะเป็นเรื่องง่ายและรวดเร็วมากขึ้น การวางแผนก่อนจดทะเบียนไม่เพียงช่วยลดความผิดพลาดด้านเอกสาร แต่ยังช่วยให้ธุรกิจของคุณเริ่มต้นอย่างเป็นระบบ มีความน่าเชื่อถือ และพร้อมเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว 

1. ชื่อบริษัท

เตรียมชื่อที่ต้องการ 1–3 ชื่อ (ภาษาไทย และภาษาอังกฤษถ้ามี) เพื่อใช้จองชื่อผ่านระบบออนไลน์ของ DBD โดยชื่อจะต้องไม่ซ้ำหรือใกล้เคียงกับนิติบุคคลที่จดทะเบียนแล้ว

2. ที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่

เตรียมที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน พร้อมเลขรหัสประจำบ้าน แผนที่ตั้งบริษัท อีเมล และหมายเลขโทรศัพท์ของบริษัท
กรณีไม่ได้เป็นเจ้าของสถานที่ ต้องมีสัญญาเช่า หรือหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ประกอบธุรกิจ

3. วัตถุประสงค์ของบริษัท

ระบุประเภทธุรกิจหรือกิจกรรมที่จะดำเนินการให้ชัดเจน และควรครอบคลุมธุรกิจปัจจุบันรวมถึงแผนขยายในอนาคต

4. ทุนจดทะเบียนและโครงสร้างหุ้น

กำหนดจำนวนทุนจดทะเบียน โดยทั่วไปนิยมเริ่มต้น 1 ล้านบาทขึ้นไปเพื่อความน่าเชื่อถือ
กำหนดจำนวนหุ้นและมูลค่าหุ้นให้ชัดเจน และต้องเรียกชำระค่าหุ้นแล้วอย่างน้อย 25% ของมูลค่าหุ้น
มีผู้ถือหุ้นอย่างน้อย 2 คน พร้อมระบุสัดส่วนการถือหุ้น

5. ข้อมูลกรรมการและผู้ก่อตั้ง

เตรียมสำเนาบัตรประชาชน (กรณีคนไทย) หรือหนังสือเดินทาง (กรณีชาวต่างชาติ) ของกรรมการและผู้ถือหุ้นทุกคน
เตรียมสำเนาทะเบียนบ้านของสถานที่ตั้งบริษัท (หน้าที่มีเลขประจำบ้าน)
สัญญาเช่า หรือหนังสือยินยอมใช้สถานที่ (กรณีไม่ได้เป็นเจ้าของสถานที่เอง)

6. อำนาจกรรมการ

ระบุให้ชัดเจนว่ากรรมการคนใดมีอำนาจลงนามแทนบริษัท หรือกำหนดว่าต้องลงนามร่วมกันกี่คนจึงจะมีผลผูกพันบริษัท

7. ตราประทับบริษัท (ถ้ามี)

หากบริษัทกำหนดให้ใช้ตราประทับในการทำธุรกรรม ควรจัดเตรียมแบบตราประทับไว้

8. ผู้สอบบัญชี

ระบุชื่อและเลขทะเบียนผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ซึ่งต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย

การเตรียมข้อมูลให้ครบตั้งแต่ต้น จะช่วยให้การจดทะเบียนบริษัทผ่านระบบของ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เป็นไปอย่างรวดเร็ว ลดขั้นตอนการแก้ไขเอกสาร และทำให้ธุรกิจเริ่มต้นได้อย่างมืออาชีพและน่าเชื่อถือ

9. เอกสารที่ต้องเตรียม

เอกสารสำหรับจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ

  • แบบคำขอจดทะเบียนบริษัทจำกัด (แบบ บอจ.1)

  • หนังสือบริคณห์สนธิ (แบบ บอจ.2) พร้อมผนึกอากรแสตมป์

  • แบบวัตถุประสงค์ (แบบ ว.)

  • แบบจองชื่อ

  • สำเนาบัตรประชาชนของผู้เริ่มก่อการ

  • หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี) พร้อมอากรแสตมป์

เอกสารสำหรับยื่นจดทะเบียนบริษัท

  • แบบ บอจ.1 และแบบคำรับรองการจดทะเบียน

  • แบบ บอจ.3 (รายการจดทะเบียนจัดตั้ง)

  • แบบ ก. (รายละเอียดกรรมการ)

  • แบบ บอจ.5 (บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น)

  • สำเนาหนังสือนัดประชุมและรายงานการประชุม

  • สำเนาข้อบังคับบริษัท (ถ้ามี) พร้อมอากรแสตมป์

  • หลักฐานการชำระค่าหุ้นของผู้ถือหุ้น

  • แบบ สสช.1

  • แผนที่แสดงที่ตั้งสำนักงาน

       

     

LINEALBUMc-172605045

     

จดทะเบียนบริษัท มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?

หลายคนเริ่มต้นธุรกิจมักสงสัยว่าการจดทะเบียนบริษัท มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ซึ่งโดยหลักจะมีทั้ง ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนบริษัทกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, ค่าหนังสือรับรอง ค่าคัดเอกสาร และค่าใช้จ่ายด้านที่ปรึกษา เพื่อให้วางแผน ค่าใช้จ่ายจดบริษัท และเริ่มต้น จดทะเบียนบริษัท ได้อย่างถูกต้องตั้งแต่วันแรก.

ประเภทของค่าใช้จ่ายจดทะเบียนบริษัท

ค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนบริษัทสามารถแบ่งออกเป็นหลายประเภทหลัก ๆ ดังนี้

1. ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน

เป็นค่าธรรมเนียมที่ต้องชำระให้กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับจดทะเบียนบริษัท โดยจะคำนวณจากทุนจดทะเบียนของบริษัท ได้แก่

  • ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมประมาณ 5,000 บาท

  • ทุนจดทะเบียนมากกว่า 1 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมจะเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนของทุนจดทะเบียน แต่ไม่เกิน 250,000 บาท

หมายเหตุ: อัตราค่าธรรมเนียมอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามกฎหมายและประกาศของทางราชการ

2. ค่าใช้จ่ายในการจองชื่อบริษัท

การจองชื่อบริษัทในขั้นตอนแรกไม่มีค่าธรรมเนียม แต่ควรเลือกชื่อบริษัทที่ไม่ซ้ำหรือใกล้เคียงกับชื่อบริษัทอื่น เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการถูกปฏิเสธชื่อ

3. ค่าใช้จ่ายในการขอเอกสารสำคัญต่าง ๆ

หลังจากจดทะเบียนบริษัทเรียบร้อยแล้ว จำเป็นต้องขอเอกสารทางราชการเพิ่มเติม เช่น

  • หนังสือรับรองบริษัท ค่าธรรมเนียมประมาณ 200 บาทต่อชุด

  • สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) ค่าธรรมเนียมประมาณ 100 บาทต่อชุด

4. ค่าธรรมเนียมรายปีและการยื่นงบการเงิน

ภายหลังการจดทะเบียน บริษัทมีหน้าที่ยื่นงบการเงินและชำระค่าธรรมเนียมประจำปี ได้แก่

  • ค่าธรรมเนียมรายปีสำหรับการยื่นงบการเงิน โดยทั่วไปประมาณ 550 บาท

  • ค่าธรรมเนียมการยื่นงบการเงิน ซึ่งอาจแตกต่างกันไปตามขนาดของบริษัทและจำนวนผู้ถือหุ้น

5. ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจดทะเบียนบริษัท

นอกเหนือจากค่าธรรมเนียมทางราชการแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่ควรพิจารณา ดังนี้

5.1 ค่าธรรมเนียมที่ปรึกษากฎหมายหรือสำนักงานบัญชี

ในกรณีที่ใช้บริการผู้เชี่ยวชาญในการจัดทำเอกสารและดำเนินการจดทะเบียนบริษัท จะมีค่าบริการเพิ่มเติม โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 5,000 – 20,000 บาท ขึ้นอยู่กับขอบเขตงานและความซับซ้อน

5.2 ค่าใช้จ่ายในการขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจ (กรณีธุรกิจเฉพาะทาง)

สำหรับธุรกิจบางประเภท เช่น ธุรกิจนำเข้า–ส่งออก ธุรกิจการเงิน หรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย อาจต้องขอใบอนุญาตเพิ่มเติม ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายแตกต่างกันไปตามประเภทของใบอนุญาต

การคำนวณงบประมาณค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการจดทะเบียนบริษัท

เพื่อให้การจดทะเบียนบริษัทเป็นไปอย่างราบรื่น ควรวางแผนงบประมาณจากรายการค่าใช้จ่ายหลัก ได้แก่

  • ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน ประมาณ 5,000 – 250,000 บาท (ขึ้นอยู่กับทุนจดทะเบียน)

  • ค่าเอกสารสำคัญ ประมาณ 300 – 500 บาท

ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับทุนจดทะเบียน ลักษณะธุรกิจ และบริการเพิ่มเติมที่เลือกใช้    

     

     

LINEALBUMc-172605044

       

ข้อดีของการจดทะเบียนบริษัท

หลายคนอาจยังลังเลว่าข้อดีของการจดทะเบียนบริษัท มีอะไรบ้าง แต่ในความเป็นจริง การ จดทะเบียนบริษัท ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้ธุรกิจ วางแผนภาษีได้เป็นระบบ แยกทรัพย์สินส่วนตัวออกจากกิจการอย่างชัดเจน และช่วยต่อยอดการเติบโตในระยะยาว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างธุรกิจให้มั่นคงและบริหารต้นทุน-ภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพตั้งแต่เริ่มต้น.

1. ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้ธุรกิจ ทำให้ลูกค้า คู่ค้า และนักลงทุนไว้วางใจมากขึ้น เพราะบริษัทที่ผ่านการจดทะเบียนมีตัวตนชัดเจนและถูกต้องตามกฎหมาย

2. ภาษีที่ต้องชำระถูกกว่า เมื่อเทียบกับบุคคลธรรมดา โดยอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลอยู่ที่ประมาณ 20% และยังมีสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับ SMEs ที่มีทุนและรายได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด

3. บริษัทที่จดทะเบียนแล้วมักได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจากภาครัฐ รวมทั้งสามารถเข้าถึงเงินทุนหรือมาตรการช่วยเหลือต่าง ๆ ของรัฐได้ง่ายขึ้น

4. หากบริษัทเกิดขาดทุนในปีใดปีหนึ่ง จะไม่ต้องเสียภาษีในปีนั้นและสามารถนำขาดทุนไปหักภาษีในอนาคตได้ (carry forward) เพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงิน

5. การจดทะเบียนช่วยให้ธุรกิจเข้าถึงแหล่งเงินทุนและสินเชื่อ ได้ง่ายขึ้น เพราะมีข้อมูลบัญชีและสถานะทางการเงินที่ชัดเจน สนับสนุนการขอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำหรือแหล่งเงินทุนอื่น ๆ

6. มีข้อได้เปรียบในการติดต่อและเจรจาธุรกิจ เพราะมีข้อมูลติดต่อและเอกสารทางบัญชีที่สามารถตรวจสอบได้ ส่งผลให้การทำธุรกิจร่วมกับคู่ค้าหรือพันธมิตรเป็นเรื่องง่ายขึ้น

สรุปคือ การจดทะเบียนบริษัทไม่เพียงทำให้ธุรกิจของคุณถูกต้องตามกฎหมาย แต่ยังช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ ปรับโครงสร้างภาษีให้เหมาะสม และเปิดโอกาสทางธุรกิจให้เติบโตได้มากขึ้นด้วย.

                 
LINEALBUMc-172605043

      

Way Accounting รับจดทะเบียนบริษัท แบบครบวงจร 

หากคุณกำลังมองหาบริการจดทะเบียนบริษัทแบบครบวงจร ที่ได้ทั้งความคุ้มค่าและความมั่นใจจริง การเลือกใช้บริการกับ Way Accounting ไม่ได้หมายถึงแค่การพาไปยื่นเอกสารกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า แต่คือการมี “ทีมผู้เชี่ยวชาญตัวจริง” คอยดูแลธุรกิจของคุณตั้งแต่วันแรก

จดทะเบียนกับเรา “คุ้มกว่า” และ “ปลอดภัยกว่า”

✅ ดูแลโดยทีมผู้เชี่ยวชาญด้านจดทะเบียน บัญชี และภาษีโดยตรง
คุณจะได้คำแนะนำจากผู้มีประสบการณ์จริง ไม่ใช่เพียงแค่เจ้าหน้าที่รับเอกสาร แต่เป็นทีมที่เข้าใจทั้งกฎหมายธุรกิจ โครงสร้างบริษัท และผลกระทบด้านภาษีในระยะยาว

✅ ผู้เชี่ยวชาญช่วยวิเคราะห์โครงสร้างก่อนจด
ตั้งแต่ทุนจดทะเบียน ผู้ถือหุ้น กรรมการ และวัตถุประสงค์บริษัท ให้เหมาะกับโมเดลธุรกิจของคุณ ลดปัญหาที่มักต้อง “กลับมาแก้” หลังจดเสร็จ

✅ ทีมบัญชีและภาษีร่วมวางแผนตั้งแต่ต้น
ทำให้การจดทะเบียนของคุณต่อยอดสู่การทำบัญชี การยื่นภาษี และการปิดงบได้ทันที ไม่สะดุด และไม่ต้องเปลี่ยนทีมภายหลัง

✅ ผู้เชี่ยวชาญคอยตรวจเอกสารทุกขั้นตอน
ช่วยลดความเสี่ยงเรื่องเอกสารผิด ข้อมูลไม่ครบ หรือโครงสร้างไม่รองรับการเติบโตในอนาคต

✅ ได้ทั้งการจดบริษัท + ระบบรองรับธุรกิจจริง
ไม่ใช่แค่ “จดเสร็จแล้วจบ” แต่ได้ทีมมืออาชีพดูแลต่อเนื่อง เพื่อให้ธุรกิจเดินต่อได้อย่างถูกต้องและมั่นคง

ถ้าคุณอยากเริ่มต้นบริษัทแบบมีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลตั้งแต่ก้าวแรก
👉 เลือกจดทะเบียนบริษัทกับ Way Accounting แบบครบวงจร ให้ทีมมืออาชีพช่วยวางโครงสร้าง วางระบบบัญชี และวางแผนภาษี เพื่อให้ธุรกิจของคุณเริ่มต้นได้ถูกทางและคุ้มค่าที่สุดตั้งแต่วันแรก

    

WAY ACCOUNTING เป็นสำนักงานบัญชี ที่ให้บริการจัดทำบัญชี และภาษีแบบครบวงจร จากผลงานที่ผ่านมา เราได้รับการยอมรับ และการไว้วางใจจากลูกค้าจำนวนมาก จนปัจจุบันเรามีลูกค้าที่ใช้บริการมากกว่า 1000 บริษัท แต่นอกจากบริการจัดทำบัญชีและภาษี เรายังมีบริการจดทะเบียนบริษัท เพื่อเริ่มต้นทำธุรกิจ ให้คำปรึกษา เปิดคอร์สเรียนด้านบัญชีภาษี การขอใบอนุญาตต่างๆ และด้วยการให้บริการที่ถูกต้องตามมาตรฐาน ตรวจสอบได้ มุ่งเน้นถึงความสำคัญของลูกค้า ทำให้ Way Accounting กลายเป็นสำนักงานบัญชีที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย

 

Call : 0983626426
Line : @wayaccount
Facebook : Way Accounting